Jump to content
Sign in to follow this  
tequila

เทรนด์การทำงานปี 2020: หาเงินหลายทาง ไม่ทำงานบ้างก็ได้ ร้องไห้ในที่ทำงานคือเรื่องปกติ

Recommended Posts

เว็บไซต์ Digiday สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานและผู้คนที่ทำงานในวงการโฆษณาเพื่อพูดคุยถึงโลกการทำงานในปี 2020 ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และนี่คือสิ่งที่เหล่ากูรูคาดการณ์เอาไว้

%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%

การไม่ทำงานคือมาตรฐานใหม่ของการทำงาน

ยุคปัจจุบันที่มีเหล่าบรรดาคนกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z เข้ามาในโลกการทำงานมากขึ้น พวกเขาเหล่านี้มีมุมมองและให้คุณค่ากับการทำงานที่แตกต่างออกไปจากคนรุ่นก่อน พวกเขาไม่ได้มองว่างานคือทุกสิ่งในชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ต้องทุ่มเท(ในแง่เวลา)ให้กับงานมากขนาดนั้นก็ได้ รวมไปถึงงานวิจัยในช่วงหลังๆ ที่เริ่มออกมาป่าวประกาศว่า การทำที่หนักเกินไปส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตโดยตรง

Josh Cohen นักจิตวิทยาคลินิกผู้เขียนหนังสือ Not Working: Why We Have to Stop ระบุว่า เราอยู่ในยุคที่การทำงานหนักเป็นเรื่องปกติมานาน จนตอนนี้เราแทบจะนึกไม่ออกแล้วว่า โลกของการ “หยุด” ทำงานมันเป็นอย่างไร

ดังนั้น หนึ่งในเทรนด์ของการทำงานในปี 2020 จึงเป็นการหยุดพักระหว่างวันทำงานบ้าง คือหยุดทำงานแบบไร้จุดหมาย ปล่อยตัวปล่อยใจให้อยู่ในสภาวะไร้เป้าหมาย เพื่อให้สมองได้พักและเกิดความคิดสร้างสรรค์รวมถึงจินตนาการ อันจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างมหาศาลสำหรับโลกการทำงานในอนาคต

หาเงินหลายทางยังคงฮิต แต่ถ้าทำงานออฟฟิศก็อยากทำหลายอย่าง

คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Z มีมุมมองต่อการทำงานว่า “ไม่จำเป็นต้องทำงานเดียว”

งานวิจัยของ The Open University ในปี 2017 พบว่า คน Gen Z กว่า 95% มีความต้องการที่จะเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งแตกต่างกับคนรุ่นก่อนหน้าอย่างมิลเลนเนียลที่มีเพียง 47% เท่านั้น นอกจากนั้นคน Gen Z กว่า 53% ยังเป็นคนที่ไม่นิยมการทำงานเดียวหรือมีรายได้ทางเดียว

สิ่งเหล่านี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความหมายของ “งาน” เพราะหากคน Gen Z ที่ต้องทำงานออฟฟิศ ไม่ได้ออกไปเป็นเจ้าของกิจการอย่างที่วาดฝัน พวกเขามีความต้องอย่างสูงที่จะอยู่ในองค์กรที่ผลักดันให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพหลายอย่าง เปิดโอกาสให้ทำมากกว่า 1 งาน เพราะถึงที่สุดพวกเขาชอบความเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญชอบที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย

ร้องไห้ในที่ทำงานคือเรื่องปกติ

คนยุคนี้ใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าคนยุคก่อน ถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึง Co-Working Space ที่เปิด 24 ชั่วโมง คุณจะเข้าออฟฟิศมาทำงานตอนไหนก็ได้ เทรนด์แบบนี้นำมาสู่ความคิดเรื่องชีวิตและการทำงานที่ต่างออกไป เพราะในยุคก่อนคนส่วนใหญ่จะแยกการใช้ชีวิตกับการทำงานออกจากกัน อย่างมากก็อยู่ในที่ทำงาน 8-9 ชั่วโมงต่อวัน หลังจากนั้นกลับบ้านเพื่อไปใช้ชีวิต (แต่ยุคนี้ new normal คือ แม้จะกลับบ้าน แต่ก็ยังต้องหอบงานกลับไปทำด้วย)

เพราะฉะนั้น เมื่อคนยุคนี้ใช้เวลาในที่ทำงานมากขึ้น จึงเกิดเทรนด์ของการใช้ชีวิตในที่ทำงาน การมาทำงานไม่ใช่เพียงแค่พาร่างกายหรือวิญญาณตายซากเข้ามาในออฟฟิศ แต่มันคือการใช้ชีวิตที่ต้องหาสมดุล (balance) ซึ่งแน่นอนว่ามีเรื่องของ “อารมณ์” เข้ามาเกี่ยวพันด้วย

ดังนั้นเหล่ากูรูจึงมองว่า การร้องไห้ในที่ทำงานยุคนี้ไม่ได้เป็นภาพแสดงของความอ่อนแออีกต่อไป หากแต่มันคือด้านของความมนุษย์ เพราะถึงที่สุด “เราหัวเราะในที่ทำงานได้ แล้วทำไมเราจะร้องไห้ในที่ทำงานไม่ได้ล่ะ”

เงินเดือนอาจไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

การทำงานในยุค 2020 ผู้คนจะเริ่มพูดคุยและแลกเปลี่ยนถึงเรื่อง “เงินเดือน” มากขึ้น

ไม่ใช่เพราะว่าต้องการจะสอดรู้สอดเห็นเท่านั้น แต่มันจะนำมาซึ่งการสร้างบรรทัดฐานและตรวจสอบความเข้าใจเรื่องเงินเดือนในวงกว้างมากขึ้น หรือถ้าจะพูดให้เฉพาะเจาะจงคือ หากทำงานในตำแหน่งเดียวกัน ความรับผิดชอบในสายงานที่ใกล้กัน เอาเข้าจริงแล้ว มันมีความต่างของอัตราเงินเดือนหรือไม่ เมื่อเทียบระหว่างผู้ชาย vs. ผู้หญิง หรือหากเทียบระหว่างสีผิว เป็นต้น อย่างไรก็ดี หลังจากการพูดคุยและแลกเปลี่ยนกันถึงเรื่องเงินเดือนเสร็จแล้ว หากเห็นความต่างที่เลือกปฏิบัติหรือไม่เป็นธรรม ก็จะนำไปสู่การต่อรองในท้ายที่สุดนั่นเอง

ประเด็นนี้ลองอ่านจากบทความของ Jessica Bennett นักเขียนและบรรณาธิการของ The New York Times เธอเขียนถึงประเด็นนี้ไว้ได้ค่อนข้างดี I’ll Share My Salary Information if You Share Yours

ปัญหาสุขภาพจิตจะถูกพูดถึงมากขึ้นในที่ทำงาน

เรื่องปัญหาสุขภาพจิตจะเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน เพราะอัตราการเป็นโรคซึมเศร้าหรืออาการหมดไฟที่เพิ่มมากขึ้นของคนทำงานในยุคนี้ ทำให้การแก้ปัญหาระยะยาวอย่างการไปพบแพทย์จะกลายเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ตาม การจะแก้ปัญหาด้านจิตใจในที่ทำงานจึงต้องการการเปิดพื้นที่ให้กับพนักงานเพื่อสร้างการพูดคุย แลกเปลี่ยน และทำให้เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ปกปิด เก็บงำ หรือทำให้เป็นความลับ เพราะในท้ายที่สุดปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขนั่นเอง

ที่มา – Digiday

แชร์โพสต์นี้


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
ตอบกลับหัวข้อนี้...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Sign in to follow this  

×
×
  • Create New...