Jump to content

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. ช่อง sd ทำไมบางช่องเป็น 544x576 บางช่อง 720x576 ช่อง720x576 ชัดกว่านะ
  3. Yesterday
  4. ทีนี้มาเรื่อง Covid 19 จากหมอคนหนึ่ง เหตุผลที่ไม่ควรเดินทางไป ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ มาเก๊า ฮ่องกง เกาหลีใต้ จากการดูประชุมเมื่อวาน ยังไงประเทศไทยก็จะเข้าสู่การระบาดแน่ๆครับ แต่ของไทย ยังอยู่ที่เฟส 2 อยู่ คำว่า เฟส 2 คืออะไร หมายความว่า มีการระบาด จากแหล่งต้นทาง คือมีการติดเชื้อ เฉพาะผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับจีน เช่น กลับมาจากจีน หรือแท็กซี่ที่ติดจากการรับส่งคนจีน . ส่วน ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ มาเก๊า ฮ่องกง และล่าสุด เกาหลีใต้ เป็นเฟส 3 แล้ว เฟส 3 คือ มีการระบาดกัน ในคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับต้นตอ เช่น คุณหมอที่ วากายาะ เมียคุณหมอ ลูกคุณหมอ แม่ยาย คนขับแท็กซี่ที่โตเกียว และล่าสุด การระบาดที่แทกู เกาหลีใต้ . # ประเทศไทย ต้องการที่จะเข้าสู่เฟส 3 ให้ช้าที่สุด เนื่องจาก บุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์เครื่องมือเราน้อย ถ้าเฟส 3 มาไว เราตั้งรับไม่ทัน ดูแลผู้ป่วยไม่ทัน จะตายกันเยอะเหมือนที่จีน ถ้ามาช้าๆ เราดูแลทัน อัตรการตาย จะน้อย ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้ตายเลย . ทีนี้ หากเราเดินทางไปยังประเทศที่อยู่ในเฟส 3 ดังกล่าว บุคลากรที่ต้องมาคัดกรอง น้อย เป็นการเพิ่มงานให้เค้าเปล่าๆ การคัดกรอง ไม่จบแค่สนามบินนะครับ เค้าต้องส่งคนมาติดตามอีก 14 วัน . สมมติ ผมเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น แล้วมีอาการไข้ แน่นอน ผมต้องโดนกักที่ โรงพยาบาล ดูอาการ 14 วัน แต่ถ้าผมไม่มีอาการอะไรเลยหล่ะ ทำยังไง ผมต้องนั่งให้สัมภาษณ์ว่า ไปไหนมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง จากนั้น ผมก็กลับบ้าน โดยต้องแยกตัว ไม่สุงสิง ไม่ไปทำงาน ไม่ยุ่งกับใคร เป็นเวลา 14 วัน โดยระหว่างนี้ เค้าก็จะส่งคนมาตรวจดูว่า เรากักตัวเองไหม. ที่ทำแบบนี้ เพราะ มีคนที่ติด แต่ไม่แสดงอาการไงครับ มันสามารถแพร่เชื้อได้ สมมติ ผมไม่ทำตามที่เค้าบอก ยังไปทำงาน ยังไปดูหนัง แต่ตัวเองติดเชื้อ แล้วไม่มีอาการจะเกิดอะไรขึ้น คนอื่นจะติดไปด้วยครับ และตอนนั้นแหละ บรรลัย แน่นอน เฟส 3 มา แน่นอนครับ . ที่กังวลอีกอย่างนึง นักเดินทาง ส่วนใหญ่ อายุประมาณ 25-50 ปี ไงครับ ร่างกายค่อนข้างแข็งแรง ถึงติดมา ก็ไม่แสดงอาการอะไร แต่ถ้ากลับบ้าน อย่าลืมว่ามี พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย รออยู่นะครับ เราเป็นพาหะ แล้วติดคนเหล่านั้น คุณจะเสียใจไปตลอดชีวิตนะครับ . สรุป 1.ถ้าคุณเป็นพาหะ กลับมาติดคนแก่ที่บ้าน อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือคนที่มีโรค ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจ โรคมะเร็ง คนเหล่านี้ อัตราการตายสูงมาก และอาจจะเป็นการเร่งให้ไทยเข้าสู่เฟส 3 เร็วขึ้น 2.# เราอยากให้ไทย เข้าสู่เฟส 3 ให้ช้าที่สุด เนื่องจาก ปัจจุบัน รพ.ธรรมดาก็คนล้น นอนกันริมระเบียง นอนกันบนทางเดินอยู่แล้ว ถ้ามันเฟส 3 ขึ้นมา ผมบอกเลย ตายกันเยอะแน่นอน เพราะ บุคลากร ดูแลไม่พอครับ 3. เห็นใจ คนปฏิบัติงานด้วย เพราะคนมีน้อย ต้องทำงาน 24 ชั่วโมง แถมต้องเสี่ยงกับไวรัสนี้อีก เค้าก็มีครอบครัวต้องดูแล เหมือนกัน . แต่ถ้าคุณ ตัวคนเดียว อยู่คนเดียว และลางานต่อได้อีก 14 วัน หลังจากคุณกลับมาจากเที่ยว และคุณพร้อมที่จะกักตัวเองอยู่ในบ้าน ไม่ไปไหน ก็ไปเที่ยวได้ครับ จบแล้ว เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
  5. แจ่ม ได้ดูทรูจากติ๊ก 2 อีกรอบ หลังจากแพคดูบอลหมด
  6. มีชายคนหนึ่งทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์... เขามีม้าอยู่ตัวหนึ่งซึ่งเป็น ม้าที่สวยงามมาก ผู้คนต่างพากันบอกว่า..."โชคดีจริงๆนะ ที่ท่านได้เป็นเจ้าของม้าแสนสวยตัวนี้" ชายผู้นี้จึงตอบว่า... "โชคดี โชคร้าย ใครจะรู้" วันหนึ่ง...ม้าที่แสนงามตัวนั้น เกิดหลุดออกจากคอกแล้ววิ่งหนีเข้าป่าหายไป เพื่อนบ้านของเขาต่างก็กล่าวว่า... "โชคร้ายจริงๆ ม้าดีๆหายไปเสียแล้ว" “โชคดี โชคร้าย ใครจะรู้” ชายเจ้าของม้าตอบ หลายวันต่อมา... ม้าของชายผู้นี้ที่หนีไป...ก็กลับมา และคราวนี้มันกลับมาพร้อมกับ นำม้าป่าที่สวยงามมาอีกห้าตัวด้วย เพื่อนบ้านของแกก็กล่าวอีกว่า... “โชคดีอะไรอย่างนี้ ได้ม้าป่ามาฟรี ๆ ห้าตัว” ชายผู้นี้ก็ตอบเช่นเดิมว่า “โชคดี.. โชคร้าย ใครจะรู้” วันต่อมา... ลูกชายของแกเริ่มเอาม้าป่าออกไปหัดขี่... ไม่ทันไรก็โดนม้าป่าพยศ....สะบัดลูกแกตกจากหลังม้า...ขาหัก เพื่อนบ้านของแกจึงกล่าวว่า... “โชคร้ายอะไรอย่างนี้นะ ลูกชายขาหักเสียแล้ว” ชายผู้นี้ตอบกลับเช่นเดิมว่า “โชคดี โชคร้าย ใครจะรู้” อาทิตย์ถัดมา... ข้าราชการทหารมาที่หมู่บ้าน และมาเกณฑ์เอาคนหนุ่มทั้งหมดไปเป็นทหาร...เพื่อออกรบ ลูกชายของชายผู้นี้ยังขาหักนอนรักษาตัวอยู่ จึงไม่ถูกเกณฑ์ไปรบ เพื่อนบ้านจึงกล่าวว่า... "โชคดี โชคร้าย ไม่มีใครรู้จริงๆ อย่างที่ท่านว่าไว้เลย" ******************************* นิทานเรื่องนี้สอนว่า จงอย่าหลงระเริงกับความสุขที่ได้รับ และอย่าเสียใจกับสิ่งเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เรารู้สึกว่า “ดี” และที่เราคิดว่ามัน “ไม่ดี” แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเช่นไรก็ตาม ขอจงตระหนักว่า สิ่งที่เรารู้สึกว่ามัน “ดี” ในวันนี้ อาจจะกลายเป็นสิ่งที่เราพบว่ามันเป็นสิ่งที่ “เลวร้าย” มากๆ ก็ได้ ในอนาคต และสิ่งที่เรารู้สึกว่ามัน “ไม่ดี/เลวร้าย” สำหรับเราในวันนี้นั้น ก็อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ “ดีมากๆ” กับเราก็ได้ในอนาคต เพราะเราไม่มีวันรู้หรอกว่า อนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร และความเป็นจริงก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ โชคดี หรือโชคร้าย ไม่มีใครรู้จริงๆ หรอก
  7. *ยุคมืดอเมริกา* มาถึงแล้ว: ‘อเมริกากำลังปิดกั้นเสรีภาพทางสื่อ’ รู้จัก ๓ คนนี้มั้ยครับ? เขาทั้ง ๓ คนกำลังได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับรางวัลโนเบลปีนี้ แต่ผมเชื่อว่าไม่ได้หรอกครับ เพราะขณะนี้ นักการเมืองอเมริกันสายรัฐบาลเงา (Deep State) ในอเมริกากำลังจะดันให้แกนนำผู้ประท้วงรัฐบาลจีนในฮ่องกงได้รับรางวัลโนเบลเช่นกัน (https://www.bloomberg.com/…/u-s-lawmakers-nominate-hong-kon…) ทั้งๆ ที่ทั้ง ๓ คนนี้มีความสำคัญต่อชาวโลกมากกว่า สามคนที่ว่านี้สำคัญต่อโลกอย่างไร? คนแรกคือเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน เขาเป็นชาวอเมริกัน อดีตซีไอเอที่ออกมาแฉว่าสังคมอเมริกันมิได้อยู่อย่างอิสระและมีเสรีภาพอย่างที่คิดเพราะรัฐบาลอเมริกาดักฟังโทรศัพท์ ลักลอบอ่านอีเมล์ แม้แต่สื่อโซเชียลมิเดียอย่าง FB Instagram หรือ Twitter ก็ถูกสายลับรัฐบาลอเมริกาจารกรรมหมด ข้อสำคัญ สโนว์เดนออกมาแฉด้วยเอกสารลับด้วยว่าอเมริการ่วมกับชาติตะวันตกสร้างกลุ่มก่อการร้ายไอสิส ขณะนี้ โดนซีไอเอไล่ล่าจนต้องหลบหนีไปอยู่ประเทศรัสเซีย https://www.amazon.com/How-America-Lost-Its-Se…/…/0451494563 https://www.theguardian.com/…/edward-snowden-memoir-us-gove… https://www.thenation.com/…/ar…/trump-snowden-whistleblower/ คนที่ ๒ คือจูเลี่ยน อัสสังค์ เป็นชาวออสเตรเลียที่มาปักหลักอยู่ในอเมริกา เขาเป็น ๑ ในผู้ก่อตั้งวิกิหลีก และได้เปิดเอกสารทางการที่ได้จากบุคคลต่างๆ แฉให้สาธารณชนรับรู้ถึงนโยบายละเมิดสิทธิมนุษยชนของอเมริกาหลายเรื่อง เช่นว่ารัฐบาลอเมริการ่วมกับชาติตะวันตกและพันธมิตรตะวันออกกลางสร้างกลุ่มก่อการร้ายไอสิส รวมทั้ง ส่งทหารไปรุกรานอิรัก สังหารชาวอิรักอย่างป่าเถื่อน พร้อมกันนั้น ก็เปิดโปงการทุจริตของนางฮิลลารี คลินตัน จนนางฮิลลารีต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคราวที่แล้ว เขาถูกไล่ล่าจากรัฐบาลอเมริกา หนีไปหลบอยู่ที่สถานทูตเอกวาดอร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่ตอนหลัง อเมริกาเห็นว่าประเทศเอกวาดอร์มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน จึงยื่นเงื่อนไขให้ IMF อนุมัติให้กู้เงินเอกวาดอร์ และขอให้เอกวาดอร์อนุญาตให้ตำรวจอังกฤษและอเมริกาจับจูเลี่ยน อัสสังค์เป็นข้อแลกเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้ จูเลี่ยน อัสสังค์จึงถูกจับในข้อหานำความลับของอเมริกามาเปิดเผย ขณะนี้ รัฐบาลอเมริกากำลังขอตัวจากอังกฤษไปดำเนินคดีในอเมริกาอยู่ มีข่าวว่ารัฐสภาอังกฤษจะไม่มอบตัวให้ ขณะนี้ อเมริกากำลังกดดันอังกฤษอยู่ https://amp.theguardian.com/…/press-freedom-is-at-risk-if-w… คนที่ ๓ คือเชลซี แมนนิ่ง เธอเป็นอดีตทหารในกองทัพบกอเมริกัน และทนไม่ได้ที่เห็นอเมริกาก่ออาชญากรรมในอิรักและอาฟกานิสถาน จึงแฉหลักฐานการก่ออาชญากรรมสงครามของรัฐบาลอเมริกาให้จูเลี่ยน อัสสังค์นำไปเผยแพร่ประมาณ ๗ แสนกว่าชิ้นทั้งที่เก็บเป็นความลับและไม่ลับแล้ว เพื่อให้ประชาชนอเมริกันตื่นขึ้นมาตรวจสอบรัฐบาลตนเอง ผลก็คือเธอถูกจับ https://theintercept.com/…/chelsea-manning-free-prison-gru…/ หลายๆ คนยังจำประวัติศาสตร์อเมริกันที่คนไทยเขียนได้ว่าอเมริกาคือดินแดนแห่งเสรีภาพ มีเทพีแห่งเสรีภาพที่นิวยอร์ค แต่ในสภาพความเป็นจริง เสรีภาพการพูดหรือการแสดงออก (freedom of speech or expression) ถูกกำจัดไปแล้วเพราะนโยบายต่างประเทศอเมริกันถูกรัฐบาลเงาควบคุม รัฐบาลเงาสั่งให้รัฐบาลอเมริกายกกองทัพอเมริกาไปก่ออาชญากรรมสงครามนอกประเทศแล้วปกปิดเรื่องราวไว้ ประชาชนอเมริกันที่รักแผ่นดินของตัวเองจึงพยายามเปิดโปง แล้วก็ได้เข้าคุกกันเป็นแถว สังเกต FB Instagram และ Twitter สิครับ ถ้าแฉอเมริกาก็ถูกปิด หาไม่ก็โดนบล็อคชั่วคราวไม่ให้คนทั่วไปเห็นอีกต่างหาก @ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
  8. "กิจการอวกาศของจีน" vs Coronavirus Outbreak รัฐบาลจีน มีแผนที่จะส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศ อีกมากกว่า 40 ดวง ภายในปี 2020 ในภารกิจ สำรวจดวงอังคาร กลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้ง Beidou CZ-5B & CZ-8 Yinhe-1 สำหรับ 5G เป็นต้น "COVID-19" ก่อให้เกิดผลกระทบร้่ายแรงในวงกว้างทั้งภายในประเทศจีน และ อีกหลายประเทศของโลก และคล้ายจะมีความมุ่งหวังให้เกิดผลกระทบโดยตรง กับ ExPace Technology Corporation หรือ the Kuaizhou-1A, อักษรย่อ KZ-1A ตามรูปภาพประกอบของโพสต์นี้ แปลว่า "เรือด่วน" มีที่ทำการ ตั้งอยู่ใน "#นครหวู่ฮั่น" มณฑลหูเป่ย ก่อตั้ง : กุมภาพันธ์ 2559 ภายใต้การดูแลของ : China Aerospace Science and Industry Corporation ของรัฐบาลจีน ExPace เริ่มต้นผลิตดาวเทียมขนาดเล็ก ที่สร้างขึ้นนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกสร้างขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาส่วนประกอบของสหรัฐฯ และเลี่ยง "การถูกจำกัด" โดยการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ เริ่มแรก ผู้สร้างดาวเทียมสื่อสารขนาดใหญ่ ในเอเชีย หรือ ใน ยุโรป จะไม่กล้า "ส่งออกชิ้นส่วนประกอบ" ในการผลิตต่างๆ ไปยังประเทศจีน ด้วยหวั่นอิทธิพลของสหรัฐฯ และประเทศตนเอง จะถูกคว่ำบาตรไปด้วย แต่คล้อยหลังได้เพียงไม่กี่ปี ในแวดวงอุตสาหกรรมดาวเทียม กล่าวว่าอิทธิพลของสหรัฐฯ จะลดลงเรื่อย ๆ พวกเขากล่าวอีกว่า ในฐานะผู้ผลิตที่ไม่ใช่สหรัฐฯ ซึ่งถูก" บีบบังคับ" โดยหวังผลด้วยเป้าหมายทางการเมือง อีกทั้งการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ฮาร์ดแวร์ของสหรัฐฯ มีราคาแพง ทำให้ช่วงหลัง พวกเขารวมหัวกัน "แข็งเมือง" เลี่ยงการซื้อชื้นส่วนประกอบดาวเทียมจากสหรัฐฯ.. - และแสวงหาแหล่งอื่นที่มีคุณภาพแต่ราคาถูกกว่า #และสำหรับสหรัฐฯ หวังว่าคงยังจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเคย ไม่อนุญาตให้ กิจการอวกาศของจีน "เข้าร่วมในสถานีอวกาศนานาชาติ".. - ของสหรัฐฯ และอีกไม่กี่ปีต่อมา "จีน" เปิดตัว สถานีอวกาศ เป็นของตัวเอง เช่นกันกับ ในเดือนมกราคม 2560 ExPacee ถือกำเนิดด้วยการเปิดตัว ดาวเทียมขนาดเล็กๆ เพียงแค่ 3 ดวง แต่ ภารกิจต่อไปของ Kuaizhou-1A คือดาวเทียมลึกลับ สำหรับสอดแนม มีชื่อว่า Centispace-1-S1 ได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ อย่างปลอดภัย บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ อีกทั้ง ExPace ยังมีแผนที่จะพัฒนาจรวดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงยาน Kuaizhou-11 และ KZ-21 และยังมีภารกิจอื่นๆ อีกมากมาย ถึงไม่เขียนลงมา แต่.. #เรารู้กัน ใช่มั้ยคะ... - สหรัฐอเมริกา ฉะนั้น ถ้ารัฐบาลจีนไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ความเสียหายจึงไม่ใช่แค่เพียงใน แวดวงการแพทย์ ประชาชน หรือ ยุทธศาสตร์ Made in China 2025 อันเป็นนโยบายของรัฐบาลจีน มีความมุ่งหวัง เปลี่ยนประเทศจากที่โลกรู้จักว่าเป็น "โรงงานของโลก" ให้หลายมาเป็น "เจ้าแห่งเทคโนโลยีขั้นสูงสุด และ นวัตกรรมใหม่" ถ้าควบคุมการระบาดไม่ได้ จะหมายรวมถึง "ความพินาศ" ในแวงวงอุตสาหกรรมดาวเทียม และ การครองอวกาศ.. - ของจีนอีกด้วย แต่วานนี้ รัฐบาลจีนประกาศใช้ยา FAVIPIRAVIR มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนาได้ดี แถมยังสามารถใช้รักษา โรคไข้หวัดใหญ่ได้อีกด้วยนะ ที่สหรัฐฯ กำลังระบาด จนผู้คนล้มตายไปเยอะกว่าที่ประเทศจีนด้วยซ้ำ และ 5G ของจีนยังอยู่ดีมีสุข เพราะเมื่อ 15 มกราคม 63 ExPace ได้ส่งจรวด Kuaizhou-1A ขึ้นที่เมือง Jiuquan เพื่อนำดาวเทียม Yinhe-1 5G ขึ้นสู่วงโคจรเป็นที่เรียบร้อยเป็นอย่างดี KZ1A-Yinhe1-jiuquan-CASIC-LiuWei https://spacenews.com/china-launches-yinhe-1-commercial-…/…/ ทุกเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อันมีผลต่อความมั่นคงของชาติจีน สามารถเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาได้นั้น ต้องขอขอบคุณ "ทุกการคว่ำบาตร" ของสหรัฐฯ ที่เป็นแรงผลักดันอันมีค่ามหาศาล ส่งผลให้จีนสามารถคิดค้น พัฒนาตนเองในทุกๆ ด้าน จากเพื่อความอยู่รอดในเบื้องต้น กลายเป็นความมั่นคงอย่างสูงสุด อีกไม่กี่อึดใจ นครหวู่ฮั่น และ แผ่นดินจีน จะกลับมาแข็งแรง มีสุขภาพดียิ่งกว่าเดิม ยิ่งกว่าปีที่แล้วที่สหรัฐฯ และ โลก เคยรู้จัก 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 06.03 น. Anne Matchima
  9. Worldwide Xtream IPTV Code https://up-load.io/asbv6yiithp9 https://file-up.org/niiq3gs1kkdq http://7r6.com/xtreamcodes2020feb…
  10. Spanish IPTV m3u8 File 2020 https://up-load.io/xfrggl0cpwpa file-up.org/o42tue2939az 7r6.com/spanishiptvfeb2020…
  11. Lebanon IPTV m3u8 File 2020 IPTV https://up-load.io/i2kz0f7eigh0 https://file-up.org/3z63mfp21ljd 7r6.com/lebanoniptvm3u2020…
  12. กล่องทรูฯในระบบ SD ทุกรุ่น.. ไม่ได้ไปต่อ นะครับ..
  13. ท่าน scone-1 ต้องไม่อัพเดท เฟริมแวร์เป็น 3.00 หรือ 3.0.1 จึงสามารถดูผ่าน C-Band ได้
  14. Last week
  15. อิอิ ผมรอดูว่า..... กล่อง ติ๊ก 2 หลังปลดระวาง ช่วง 23 ก.พ. 63 จะดูช่องรายการทาง C-Band ผลเป็นอย่างไร? 1.C-Band เลิกให้ดูทางกล่อง ติ๊ก 2 ให้ดูได้เฉพาะ KU-Band ตามที่บอก? 2.C-Band ยังคงดูได้ (ช่องรายการที่กล่องทั่วไปรับชมอยู่)
  16. สหรัฐปราชัยครั้งใหญ่ในยุโรป ไม่มีใครเอาด้วยกับการคว่ำบาตรหัวเหว่ยและ5g เพราะถ้าใช้5gของหัวเหว่ยแล้วสหรัฐล้วงความลับไม่ได้! !!!!!!!!!! เมื่อวานนี้มีแผ่นดินสั่นสะเทือนประกาศจากประเทศเยอรมนี หลังจากการตรวจสอบเป็นเวลานานและอยู่ภายใต้แรงกดดันที่หนักที่สุดจากสหรัฐอเมริกาและด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างกันภายในรัฐบาลเยอรมนีได้ประกาศเชิญหัวเว่ยให้สร้างเครือข่าย 5G มันพิสูจน์ให้เห็นถึงอิทธิพลอย่างมากของ Chancellor Angela Merkel ที่ชื่นชอบ Huawei 5G มาโดยตลอด นี่มัน Huawei 5G ชนะการรับรอง EU ทั้งหมดและ UK ก็เช่นกัน นี่เป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ฉันอยากรู้อยู่เสมอว่าทำไมสหรัฐอเมริกาถึงปิดกั้นหรือทำลาย Huawei 5G? ทำไม?? คำถามคือเหตุใดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสหรัฐฯจึงมีอิทธิพลเหนือ GB และยุโรป มีเรื่องราวเบื้องหลังไททานิคเปลี่ยนความมั่งคั่งของสหรัฐ มันคือสวิตเซอร์แลนด์ ผู้เปิดเผยความลับสุดยอดของ CIA ที่ยืนยงมานานในประเทศพันธมิตร 120 ประเทศผ่านประตูหลังของเครื่องเข้ารหัส Crypto AG ที่ขายให้กับทุกประเทศทั่วโลกยกเว้นจีนและรัสเซีย CIA เป็นเจ้าของและควบคุม บริษัท Crypto AG ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของธนาคารลับของสวิสเซอร์แลนด์และที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของตระกูล Rothschild Crypto AG ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสอดแนมในทุกประเทศทั่วโลก หน่วยงานลับของเยอรมนีควรจะเป็นหุ้นส่วน แต่ซีไอเอยังได้เห็นการสนทนาของ Angela Merkel ดังนั้นข้อมูลทั่วโลกรวมถึงกิจกรรมลับของธนาคารจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ CIA (นั่นเป็นสาเหตุที่สหรัฐฯรู้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตนักการเมืองที่คดโกงและผู้ฟอกเงิน และซีไอเอได้สอดแนมพันธมิตรทั้งหมดของสหรัฐฯ (เพื่อน ๆ ไม่ได้รับการยกเว้น) ดังนั้นสหรัฐอเมริกามีกำมือของโลก เหตุผลที่สวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยงานประปาเล็ก ๆ ในสหรัฐอเมริกาอันเนื่องมาจาก ผู้บริหารของทรัมป์กล่าวหาว่าสวิตเซอร์แลนด์ว่ามีการเกินดุลทางการค้ากับสหรัฐฯมากเกินไป และสหรัฐอเมริการะบุว่าสวิสเซอร์แลนด์ในรายการการจัดการสกุลเงิน และขู่ว่าจะแสดงรายการสวิตเซอร์แลนด์เป็นเครื่องมือจัดการสกุลเงินอีกครั้งเว้นแต่ว่า !!!! สิ่งที่ต้องทำกับ Huawei 5G เพราะถ้าโลกนำ Huawei 5G มาใช้ซีไอเอจะไม่สามารถสืบหาพวกเขาได้อีกต่อไป หัวเว่ย 5G มีความปลอดภัยมากจนไม่มีประตูหลังที่จะทำให้ซีไอเอฝ่าฟันและสอดแนมโลก นั่นคือบทสรุปโดยย่อ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนส่วนใหญ่ในโลกอีกต่อไปรวมถึงพันธมิตร - มหาบริทเต็น ฝรั่งเศสเยอรมนีและสหภาพยุโรป ร่าเริง นี่เป็นราคาที่ต้องจ่ายมาก! Paisal Puechmongkol
  17. "ครูผู้ซื่อสัตย์" ครูหนุ่มลำพูนวิ่งไล่นร.ที่วิ่งหนีไปทางแม่น้ำแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของหลวง ก็หลุดมือจมลงน้ำไป ครูหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งกลุ้มใจอยู่ริมน้ำ ทันใดนั้นเอง... เทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า "มีปัญหาอะไรรึ" "โทรศัพท์มือถือหลวงของผมตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก กลับไปผมจะต้องถูกเขตตั้งกรรมการสอบสวน ต้องถูกพิจารณาลงโทษทางวินัย และจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกด้วย" เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพัก แล้วขึ้นมาพร้อมกับโทรศัพท์ไอโฟน6 ทำด้วยทองคำ "เอ้า!! โทรศัพท์นี้ใช่ของเจ้ารึไม่?" เทวดาถามครูหนุ่ม "ไม่ใช่ครับ" เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้ง กลับขึ้นมาพร้อมกับโทรศัพท์ไอโฟน6 ทำด้วยเงิน "เอ้า!! แล้วอันนี้หล่ะใช่ของเจ้ารึไม่?" "ไม่ใช่ครับ โทรศัพท์หลวงของผมโนเกียสภาพเก่าๆ ไม่ได้ทำด้วยเงินหรือทอง" เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับโทรศัพท์โนเกียเก่าๆของครูหนุ่ม "เอ้า โทรศัพท์ของเจ้า แต่.. เราเห็นเจ้าเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่โกหก เราจะให้โทรศัพท์ไอโฟนเงินกับทองคำแก่เจ้าไปด้วย เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี" ครูหนุ่มจึงรับโทรศัพท์ทั้ง3เครื่องไว้ แล้วกลับบ้านด้วยความสุข หนึ่งเดือนต่อมา...... ระหว่างที่ครูหนุ่มกำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำ พร้อมกับภรรยาของเขาอยู่นั้น ภรรยาก็ลื่นตกน้ำไป ครูหนุ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งเสียใจอยู่ริมน้ำ ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง "เอ้า!! คราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ" "ภรรยาของผมลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ครับ" ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป และขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หน้าตาทรวดทรงเหมือนกับอั้มพัชราภายังไงยังงั้น "ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาเจ้ารึไม่?" "ใช่แล้วครับ" ครูหนุ่มตอบทันที เทวดาโกรธมาก เพราะเห็นว่าครูหนุ่มโกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน "ขออภัยด้วยครับ..ท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดโปรดฟังผมชี้แจงก่อน" ครูหนุ่มรีบชี้แจงทันใด "ถ้าเกิดผมตอบว่า..ไม่ใช่ ผมเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงที่หน้าตาและหุ่นเหมือนกับแพนเค้ก และเมื่อผมปฏิเสธอีก ท่านก็คงจะดำลงไปอีกครั้ง แล้วนำภรรยาตัวจริงของผมขึ้นมา สุดท้าย.. ท่านก็คงจะมอบผู้หญิงอีก2คนนั้นให้กับผมด้วย เพื่อตอบแทนที่ผมไม่โกหก แต่ว่า.... ผมเป็นแค่ครูบ้านนอก จะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงภรรยาพร้อมกัน3คนได้... ผมจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก" เทวดา: "เออ!!! จริงของมึง" นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ... เมื่อใดที่จำเป็นต้องโกหก แสดงว่าเขาจะต้องมีเหตุผลที่จำเป็น และมีเจตนาดีเสมอ
  18. ขอบคุณครับ วานท่าน KVYoung โทรไปลงทะเะบียนให้ ตอนนี้รับชม ติ๊ก 2 ได้ฟรี 6 เดือน
  19. เมื่อ “ทรัมป์ 1” เจอ “ทรัมป์ 2” บ้าก็บ้าวะ เมื่อ “ทรัมป์ 1” ดันต้องโคจรมาเจอ มาวัดช่วงชกกับ “ทรัมป์ 2” อะไรจะเกิดขึ้น??? อันนี้...ถ้าหากเป็นมวยไทย ก็น่าจะประมาณ “มวยคู่เอก” ใน ศึกวันทรงชัย” นั่นแหละทั่น!!! คือ “ทรัมป์ 1” นั้น ย่อมหนีไม่พ้นไปจาก “ทรัมป์บ้า” เจ้าของทรงผมเชิงหมาแหงน ผู้นำอเมริกาเขานั่นแหละ ส่วน “ทรัมป์ 2” ที่ว่ากันว่า...มีบุคลิก ลีลา แทบไม่ต่างไปจาก “ทรัมป์บ้า” ก็คงต้องเป็น “นายบอริส จอห์นสัน” ผู้แทบไม่เคยหวีผม หรือเจ้าของทรงผมทรงกระเซิง นายกรัฐมนตรีอังกฤษนั่นเอง... มวยคู่นี้...อันที่จริงน่าจะมาจากค่ายเดียวกัน คือค่าย “แองโกล-อเมริกัน” อันเป็นค่ายที่บรรดาพวกที่หลงใหลได้ปลื้มกับความเป็นฝรั่งผิวขาว หรือที่เรียกๆ กันว่าพวก “White Supremacy” เคยฝันหวานมานานแล้วและโดยตลอด ว่าควรจะเป็นผู้ครองโลก หรือเป็น “รัฐบาลโลก” เพื่อปกครองดูแลพวกที่ไม่ใช่ผิวขาว หรือพวกที่ไม่ใช่ชาวตะวันตก อันเป็นมวลมนุษย์ที่ไม่ได้เก่ง ไม่ได้ฉลาด เหมือนบรรดาฝรั่งทั้งหลาย การถอนตัวออกจากความเป็นส่วนหนึ่งของ “สหภาพยุโรป” ของอังกฤษ หรือที่เรียกๆ กันว่าเบร็กส่ง เบร็กซิต อะไรก็แล้วแต่ โดยมีแนวโน้มที่จะหันมารับใช้ใกล้ชิดกับอเมริกา อันเป็นสิ่งที่ผู้นำอังกฤษอย่าง “นายบอริส จอห์นสัน” แสดงให้เห็นมาโดยตลอด จึงทำให้ใครต่อใครเคยคิดๆ กันไปว่า โอกาสที่จะได้เห็น “รัฐบาลโลก” ตามแบบ “แองโกล-อเมริกัน” ที่ว่า อาจอุบัติขึ้นมาในอีกไม่นาน-ไม่ช้า นับจากนี้... แต่เผอิญภายใต้แนวโน้มที่ว่า...ดันมี “บริษัทจีน” อย่างบริษัท “หัวเว่ย” เข้ามาชำแรกแทรกซ้อนขึ้นมาซะนี่!!! คือระหว่างที่ “ทรัมป์ 1” หรือ “ทรัมป์บ้า” กำลังคิดเล่นงาน กำลังหาทางเหยียบ หาทางกระทืบ บริษัทธุรกิจสื่อสารของจีน ที่ถือเป็นผู้นำเทคโนโลยี 5G อย่างมันส์ส์ส์มือ มันส์ส์ส์ตีน มาโดยตลอด ไม่ว่าภายใน หรือภายนอกประเทศอเมริกา พยายามยุแยงตะแคงรั่วให้บรรดาประเทศต่างๆ ทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะ “พันธมิตร” ของอเมริกา เลิกใช้ เลิกยุ่งเกี่ยวกับบริษัทจีนอย่าง “หัวเว่ย” ชนิดไม่ต่างอะไรไปจากการทำ “สงคราม” เอาเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับบรรดาพันธมิตรในยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ ภายใต้การนำของ “ทรัมป์ 2” หรือของ “นายบอริส จอห์สัน” กลับไม่คิดจะเอาด้วย หรือไม่เห็นควรด้วย เอาดื้อๆ “ทรัมป์ 1” กับ “ทรัมป์ 2” เลยต้องหันมาฉะกันเอง หรือต้องโดดขึ้นเวที “ศึกวันทรงชัย” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้เลย... ตามข่าวคราวที่เว็บไซต์ข่าวธุรกิจ การเงิน อันทรงอิทธิพลของอเมริกา “Business Insider” ได้นำมาเปิดเผยเมื่อช่วงวันจันทร์ (17 ก.พ.) ที่ผ่านมา พอสรุปใจความได้ว่า นอกจากผู้นำอเมริกาจะโทรศัพท์สั่งการจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซ วัน” ให้เอกอัครราชทูตอเมริกันประจำประเทศเยอรมนี ออกมาขู่บรรดาประเทศต่างๆ ในยุโรป ว่าการเปิดช่อง เปิดทางให้กับบริษัทเทคโนโลยีสื่อสารของจีน อย่างบริษัท “หัวเว่ย” นั้น จะทำให้เกิด “ความเสี่ยง” ในการ “แบ่งปันข้อมูลด้านข่าวกรอง” กับอเมริกา หรือทำให้ต้องถูกตัดญาติขาดมิตรกันในด้านการข่าว อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ “ทรัมป์บ้า” หรือ “ทรัมป์ 1” ยังได้ต่อสายโดยตรงไปยัง “ทรัมป์ 2” เพื่อสั่งการในเรื่องทำนองนี้อีกต่างหาก แต่เมื่อ “บ้าเจอบ้า” การข่มขู่ หรือการอาศัย “ลูกบ้า” ของ “ทรัมป์ 1” นอกจากจะไม่ได้บังเกิดผลใดๆ แล้ว ยังส่งผลให้ “ทรัมป์ 2” ออกอาการฉุนขาดซะอีกต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อถูก “ทรัมป์ 1” วางหูโทรศัพท์ใส่หูเอาดื้อๆ... การประกาศยกเลิกกำหนดการเดินทางไปเยือนอเมริกาของผู้นำอังกฤษ ในเดือนมีนาคมที่เคยกำหนดเอาไว้แล้ว จึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด หรือจนกว่าจะถึงช่วงฤดูร้อนโน่นเลย และยังส่งผลลุกลามไปถึงประเทศอดีตอาณานิคมของอังกฤษอย่างออสเตรเลีย ที่หันมาถือหางอเมริกาในกรณีการทำสงครามกับ “หัวเว่ย” แบบพร้อมจะลงห้วย ลงเหวได้ทุกเมื่อ หรือทำให้คณะกรรมาธิการการข่าวและความมั่นคงแห่งรัฐสภาออสเตรเลีย ที่เคยกำหนดการว่าจะเดินทางไปเยือนประเทศอังกฤษในเดือนเมษายนที่จะถึง ตัดสินใจยกเลิกหมายกำหนดการเอาดื้อๆ ตามรายงานข่าวที่หนังสือพิมพ์ออสเตรเลีย “Sydney Morning Herald” ได้ระบุเอาไว้... ด้วยลักษณะอาการเช่นนี้ อาจพอสรุปได้ว่า...ความเป็น “แองโกล-อเมริกัน” หรือความเป็นฝรั่งผิวขาว ที่เคยก่อให้เกิดความหลงใหลได้ปลื้มต่อบรรดาพวก “White Supremacy” ทั้งหลาย มาถึง ณ ขณะนี้...ก็พอสะท้อนให้เห็นถึงรอยแยก รอยแตก อยู่พอสมควร โดยเฉพาะระหว่างผู้นำอเมริกากับผู้นำอังกฤษ หรือระหว่าง “ทรัมป์ 1” กับ “ทรัมป์ 2” ที่ต่างก็มี “ลูกบ้า” ด้วยกันทั้งคู่ ส่วนอะไรที่ทำให้ “ทรัมป์ 2” หรือทำให้นายกรัฐมนตรีอังกฤษ อย่าง “นายบอริส จอห์สัน” ถึงกล้าหือกล้าสวนลูกบ้ากับ “ทรัมป์ 1” อย่างชนิด “บ้าก็บ้าวะ” ด้วยการเปิดช่อง เปิดทาง ให้บริษัทจีนอย่าง “หัวเว่ย” เข้าไปมีส่วนรวมในการพัฒนาเครือข่ายระบบ 5G ในอังกฤษนั้น สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนว่าคอลัมนิสต์ของ “เอเชียไทมส์” อย่าง “นายเดวิด พี. โกลด์แมน” จะตอบคำถามเอาไว้ได้ชัดเจนเอามากๆ ในข้อเขียน บทความ เรื่อง “Why the US is losing its war against Huwei” ที่เว็บไซต์ “ผู้จัดการ” ของหมู่เฮานำมาแปลและถ่ายทอดในชื่อว่า “ทำไมสหรัฐฯ กำลังพ่ายแพ้ในสงครามต่อต้านหัวเว่ย” เมื่อช่วงวันอังคาร (18 ก.พ.) ที่ผ่านมา ใครที่อยากรู้รายละเอียดลองคลิกไปอ่านกันเอาเองก็แล้วกัน... แต่ถ้าสรุปโดยคร่าวๆ ก็คงประมาณว่า...น่าจะเป็นเพราะชาวผิวเหลือง หรือ “มังกรจีน” อย่างบริษัทหัวเว่ยนั้น ได้เลื้อยไปฟักไข่ หรือไปสร้างรากฐานอยู่ใน “โครงสร้างทางวิศวกรรมโทรคมนาคม” ของเกาะอังกฤษมานานแล้ว ถึงขนาดว่าจ้างให้อดีตประธานความมั่นคงด้านข้อมูลข่าวสารของอังกฤษ เป็นผู้ควบคุมดูแลธุรกิจของหัวเว่ยในอังกฤษมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 โน่นเลย เคยอัดเงินลงทุนระดับนับเป็นพันๆ ล้านปอนด์ ให้กับประเทศอังกฤษ มากซะยิ่งกว่าการไปหาซื้อสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ ลีค ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ความเป็นชาวผิวเหลือง หรือผิวขาว มันจึงแทบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเงินๆ-ทองๆ เรื่องของ “ผลประโยชน์” หรือ “กำไร” ที่ย่อมอยู่เหนือไปกว่าความเป็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ใดๆ ด้วยกันทั้งสิ้น... ยิ่งในช่วงจังหวะที่ “ความเป็นฝรั่ง” หรือ “ความเป็นตะวันตก” มันชักออกอาการ “Westlessness” หรือออกอาการเสื่อมถอย เสื่อมโทรม จนต้องถูกหยิบไปเป็นประเด็นในหัวข้อการประชุมความมั่นคงระดับโลก หรือการประชุม “Munich Security Conference” เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การหันมา “ยอมรับความจริง” หรือยอมรับความเป็นไปของโลก ที่มันไม่ได้เป็นโลกของฝรั่ง หรือโลกที่อยู่ภายใต้การครอบงำของ “ตะวันตก” เหมือนอย่างไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมาต่อไปอีกแล้ว จึงเป็นสิ่งที่มิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงอีกต่อไปได้เลย หรืออย่างที่ประธานองค์กร “Center for China and Globalization” “นายWang Huiyao” ท่านพยายามเสนอแนะไว้ในข้อเขียน บทความ เรื่อง “Time to seek more inclusive world order in era of Westlessness” ในสื่อทางการของจีน อย่าง “Global Times” เมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมานั่นแหละว่า มีแต่ต้องพยายามหาทางรวมเอา “ความเป็นตะวันออก” และ “ความเป็นตะวันตก” เข้าเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันให้จงได้ มันถึงจะเหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นไปของโลกยุคใหม่ หรืออาจนำไปสู่ “ระเบียบโลกแบบใหม่” ที่ตั้งอยู่บนบรรทัดฐานแห่งความเสมอภาคและเท่าเทียมของ “เพื่อนมนุษย์” หรือของมวลมนุษยชาติได้จริงๆ... โดย: ทับทิม พญาไท
  1. Load more activity
×
×
  • Create New...