Jump to content

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Last week
  2. http://103.253.72.107:9997/Premier1/index.m3u8 http://103.253.72.107:9997/Premier2/index.m3u8 http://103.253.72.107:9997/Premier3/index.m3u8 http://103.253.72.107:9997/Premier4/index.m3u8 http://103.253.72.107:9997/Premier5/index.m3u8
  3. Earlier
  4. คนละรุ่นคงใช้ไม่ได้ ผมซื้อมาแล้วกดไม่ติดครับ
  5. สยามไบโอไซเอนซ์ และ SCG จับมือ AstraZeneca ผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 ซึ่งปัจจุบัน AstraZeneca ได้ทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 แล้ว ตั้งเป้าพร้อมใช้ในประเทศไทยกลางปี 2021 ถ้าหากการวิจัยวัคซีนสำเร็จ AZD1222 เป็นวัคซีนทดลองจาก AstraZeneca ที่กำลังทดลองในระยะ 3 แล้วในขณะนี้ – ภาพจาก Shutterstock สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของไทย ร่วมกับ AstraZeneca บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน พร้อมทั้งสยามไบโอไซเอนซ์ และ SCG ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงในการผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกำลังวิจัยอยู่ โดยตั้งเป้าพร้อมใช้ในประเทศไทยกลางปี 2021 หากการวิจัยวัคซีนสำเร็จ นอกจากนี้ในรายงานยังกล่าวถึงการผลิตวัคซีนจำนวนมากโดยสยามไบโอไซเอนซ์นี้จะช่วยส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนอย่างกว้างขวาง เท่าเทียม และรวดเร็ว แก่ประเทศต่างๆ ทั่วอาเซียนด้วย โดย AstraZeneca จะจัดสรรวัคซีนนี้ให้ทั่วโลกโดยไม่หวังผลกำไรในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 และจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับสยามไบโอไซเอนซ์ในการผลิตวัคซีนด้วย ปัจจุบัน AstraZeneca ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในการวิจัยวัคซีนป้องกัน COVID-19 อยู่ และเป็น 1 ในวัคซีนที่อยู่ในขั้นตอนการทดลองระยะ 3 แล้วใน 5 ประเทศ แม้ว่าในสหรัฐอเมริกาที่มีการทดลองจะหยุดการทดลองชั่วคราวจากผู้ทดสอบมีอาการป่วยที่ระบุสาเหตุไม่ได้ก็ตาม สำหรับ สยามไบโอไซเอนซ์ ก่อตั้งในปี 2009 โดยในเว็บไซต์ของบริษัทได้กล่าวถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะให้ประชาชนชาวไทยสามารถได้รับยาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงในราคาที่ถูกลง สร้างความมั่นคงทางยา โดยปัจจุบันบริษัทมี 2 บริษัทย่อยในกลุ่มได้แก่ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และบริษัท เอเพ็กซ์เซล่า จำกัด บทวิเคราะห์จาก Credit Suisse มองว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประเทศไทย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาไทยไม่เคยมีการลงนามกับบริษัทยารายใหญ่ของโลกที่กำลังเร่งการวิจัยวัคซีน COVID-19 แม้แต่รายเดียว
  6. doonung1234 ช่องกีฬาเยอะดี ถ้าได้เป็น .m3u8 นี่ เป็นอีกช่องที่น่าชมเลยครับ
  7. ทีมนักโบราณคดีนานาชาติได้พบลูกบอลหนังโบราณ 3 ลูกในสุสาน Yanghai ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ใกล้เมืองทัวปาน มลฑลซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ลูกบอลโบราณทั้ง 3ลูกที่พบนี้ มีขนาดค่อนข้างเล็ก โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 7.4 ถึง 9.2 ซม. (2.9-3.6 นิ้ว) ภายในยัดไว้ด้วยเส้นขนหรือไม่ก็เศษหนังหุ้มด้วยแผ่นหนังแล้วมัดภายนอกด้วยสายรัดอีกที ลูกบอลสองในสามลูกมีเครื่องหมายกากบาทสีแดงที่เปลือกหนังด้านนอก ลูกหนังสามลูกจาก Turfan ประเทศจีน เครดิตรูปภาพ: XY Chen & P. Wertmann เมื่อนำลูกบอลทั้งสามไปตรวจอายุด้วยเรดิโอคาร์บอน พบว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาระหว่าง 1189 ถึง 911 ปีก่อนคริสตศักราช นั่นทำให้ลูกบอลเหล่านี้เก่าแก่กว่าลูกบอลหนังโบราณที่ขุดพบจากแหล่งอารยธรรมอื่น “ลูกบอลพวกนี้เก่าแก่กว่าลูกบอลโบราณที่เคยพบในแถบยูเรเซียถึง 500 ปี” Dr. Patrick Wertmann นักโบราณคดีจากสถาบันเอเชียและเอเชียศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยซูริกกล่าว “ อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ข้อมูลทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับลูกบอลเหล่านี้มีไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามว่า มันใช้เล่นกับเกมกีฬาชนิดไหน” แม้ลูกบอลสองในสามลูกจะถูกขุดพบในหลุมศพของนักขี่ม้า และมีการขุดพบไม้รูปร่างโค้งในหลุมศพที่อยู่ไม่ห่างกันเท่าไร แต่ก็ยังไม่มีอะไรเชื่อมโยงว่าลูกบอลหนังที่พบนี้เป็นลูกบอลที่ใช้ในกีฬาประเภทฮ้อกกี้หรือโปโล ทีมงานตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานการค้นพบครั้งนี้ลงในวารสาร Journal of Archaeological Science: Reports. _____ Patrick Wertmann et al. New evidence for ball games in Eurasia from ca. 3000-year-old Yanghai tombs in the Turfan depression of Northwest China. Journal of Archaeological Science: Reports, published online October 1, 2020; doi: 10.1016/j.jasrep.2020.102576 ที่มาและเครดิตภาพ http://www.sci-news.com/archaeology/turfan-balls-08941.html เเรียบเรียงโดย @MrVop
  8. งั้นลองเรียกแขกหน่อยครับ
  9. วิวเยอะ Reply น้อย กด Like น้อยกว่า นึกถึงที่ท่านเอก และสมาชิกพูดไว้ เป็นแบบนั้นจริงๆด้วย
  10. doofootball รวมช่องรายการทุกหมวด (เลือกเฉพาะช่องที่ติด)
  11. ช่วยปั่นกระทู้ด้วย หนัง ครับ (แอบไปเห็นมา)
  12. ใช่เลยครับ ช่องถ่ายทอดสดเมื่อคืนจะมีสัญญาณตอนถ่ายทอดสดเท่านั้นเอง เอาการ์ตูนเพิ่มละกันครับ
  13. เอาจิง!! บุกจับ เว็บพนัน รวบ 10 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์!!!!!!!! ตร.บุกทลายที่ตั้ง เว็บพนัน กลางเมืองปากน้ำ จับ10ผู้ต้องหา ตะลึงเงินหมุนเวียนเกือบ600ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.ท.รัฐพงศ์ แก้วยอด รอง ผกก.1 บก.ปอท. นำกำลัง เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดย พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จ.สมุทรปราการ นำหมายศาลแขวงจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ ในซอยทิพวัล 21 แยก 21-21/2 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ภายหลังสืบทราบว่า เป็นที่ตั้งของบ่อนพนันออนไลน์ โดยสถานที่ดังกล่าวพบเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นประตูกระจกดำทึบ คล้ายกับร้านเกมทั่วไป เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลัง เฝ้าสังเกตุการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่อยู่ภายในหลบหนี กระทั่งได้สัญญาญจึงได้นำกำลังบุกเข้าตรวจค้น พบกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงหลายคนกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อดูแลระบบพนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวเอาไว้ได้ รวมทั้งหมด 10 คน ตรวจค้นชั้นสองและชั้นสามยังพบห้องเก็บเสียงและเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำไว้สำหรับไลฟ์สด ชักชวนสมาชิกเข้ามาเล่นพนันออกไลน์อีก 2 ห้อง ก่อนเจ้าหน้าที่จะตรวจยึด เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี จำนวน 18 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 36 จอ โทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง บัญชีธนาคาร 4 บัญชี บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ หนังสือเดินทาง 4 เล่ม เครื่องไอแพด 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง บัตรเงินสด 2 ใบ นาฬิกาแอปเปิ้ลวอช 1 เรือน สมุดลงเวลางาน 2 เล่ม กล้องถ่ายรูป 1 ตัว ตู้เซฟขนาดเล็ก 1 ตู้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก นโยบาย ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ได้กำชับทุกหน่วย ทำการสืบสวน จับกุม ปราบปรามการกระทำผิดในลักษณะนี้มาโดยตลอด เพราะถือได้ว่าการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวได้สร้างความเสียหาย ทั้งด้านความมั่นคง สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ หรือ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เกิดความตื่นตระหนก จึงได้มีคำสั่ง จัดตั้ง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) จับกุมผู้ที่กระทำผิดให้มารับโทษตามกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับประชาชน พร้อมกับทำการสืบสวนทางเชิงรุก ทางด้านเทคนิคต่างๆ กระทั่งสืบทราบว่า สถานที่ดังกล่าว เป็นแหล่งติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์เครือข่าย Ufabet.com และ www.ยูฟ่าไทย.com ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มชักชวนให้มีการเล่นการพนันในชื่อกลุ่ม “พี่หมี” ใช้ชื่อแอดมินว่า พี่หมี พี่กิต พี่กวง พี่เปี๊ยก นายสมิง ซึ่งแบ่งกันทำหน้าที่ทำการตลาดเรียกลูกค้าให้เข้ามาเล่นการพนันในเฟซบุ๊กหรือกลุ่มไลน์ของตนเองจึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมเอาไว้ได้ สำหรับสถานที่ดังกล่าว กลุ่มนี้ได้มาเช่าอยู่ได้ประมาณ 5 เดือน เปิดเป็นออฟฟิศ ให้พนักงานไลน์สด ดูแลลูกค้า และชักชวนสมาชิกเข้ามาเล่นการพนันออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น บาคาร่า ยิงสล็อต ทายผลกีฬาประเภทต่างๆ ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 1.5 หมื่นคน มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 590 ล้านบาท ปัจจุบันเครือข่ายมีทั้งมีที่ตั้งอยู่ที่ไทยและต่างประเทศ ส่วนนายหมี ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมในไทย จะสั่งการพนักงานแอพพิเคชั่นไลน์ และจ่ายค่าจ้างให้พนักงานทั้งหมดวันละ 400 บาท เบื้องต้น แจ้งข้อหาทั้ง 10 คน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะได้ดำเนินการอายัดบัญชี จำนวน 16 บัญชี ต่อไป ที่มาhttps://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_5052294
  14. ไวรัสโคโรน่าทำให้รายได้ของทีมต่างๆหายไปเยอะ...หลายทีมจึงส่งตัวจริงลงแข่งขัน..เผื่อหวังรายได้จากลิขสิทธิ์ทีวีในการเข้ารอบครั้งต่อๆไป
  15. ใครที่มีโอกาสไปเยือนตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ อาจสังเกตเห็นจุดจอดจักรยานสีเขียวสดใสในชื่อ Anywheel กระจายตัวอยู่ตามย่านนิมมานฯ และคูเมืองเก่า จักรยานดังกล่าวเป็นผลงานของสตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์ ที่หยิบยก ‘นวัตกรรม’ มาใช้เพื่อเพิ่มทางเลือกการสัญจรให้กับผู้คนในพื้นที่ และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสำหรับเมืองที่ประสบปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษเป็นประจำทุกปี ภารกิจดังกล่าวดูจะเป็นความท้าทายอยู่ไม่น้อย เราจึงเดินทางไปยังเชียงใหม่เพื่อพูดคุยกับคุณซีท เรีย เจีย ผู้จัดการทั่วไปวัย 29 ปีแห่ง Anywheel สิงคโปร์ และทีมงานชาวไทยอีก 5 คน เกี่ยวกับเส้นทางธุรกิจและความตั้งใจในการช่วยสร้างเมืองเชียงใหม่ให้เป็นสมาร์ทซิตี้อย่างแท้จริง จักรยาน “สีเขียว” บริษัท Anywheel นั้นก่อตั้งโดยคุณเต อ่อง ซีอีโอ และปัจจุบันเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 3 ปี โดยให้บริการใน 3 ประเทศ คือสิงคโปร์ มาเลเชีย และไทย ทางบริษัทต้องการเพิ่มทางเลือกด้านการขนส่งสาธารณะที่สนุก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเข้าถึงง่ายให้กับคนในพื้นที่ ผ่าน ’นวัตกรรม‘ จักรยานที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้ และแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย บริษัท Anywheel ให้การสนับสนุนชุมชนใกล้เคียง โดยเปิดให้พื้นที่ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นจุดจอดจักรยาน สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง โดยบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาจักรยานที่มีความทนทานและปลอดภัยมาให้บริการ “เราอยากให้ผู้คนสัญจรไปมายังจุดต่างๆ ของเมืองได้ โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือพะวงเรื่องการหาที่จอดรถ โดยเฉพาะในเส้นทางที่ขนส่งมวลชนนั้นไม่ครอบคลุม” คุณซีทเล่า ทาง Anywheel ตัดสินใจเลือกเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรกของประเทศไทย เพราะเล็งเห็นว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก อีกทั้งผู้คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับบริการ bike sharing อยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้ ในช่วงแรก บริษัทได้นำร่องให้บริการในพื้นที่ตัวเมือง โดยปัจจุบันมีจุดจอดจักรยานมากกว่า 150 จุดรอบตัวเมืองเชียงใหม่ และสามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่า 6,000 คน ต่อวัน นอกจากนี้ ทาง Anywheel ยังมุ่งเน้นให้บริการในพื้นที่สถาบันการศึกษา โดยได้ติดตั้งจุดจอดจักรยานมากกว่า 150 จุด ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังมีแผนจะขยายไปยังสถาบันการศึกษาอื่นๆ รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย “เรามุ่งเน้นไปที่พื้นที่มหาวิทยาลัย เพราะเชื่อว่าการสร้างนิสัยรักษ์โลกนั้นควรเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย” คุณซีทกล่าว ก่อนจะเสริมว่าอย่างไรก็ดี Anywheel มีเป้าหมายที่จะทำให้คนไทยทุกช่วงวัยรู้จักและหันมาใช้บริการจักรยานสาธารณะกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่ชาวเมืองเชียงใหม่เท่านั้น ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้คนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะและพื้นที่แออัด ส่งผลให้การปั่นจักรยานกลับมาได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด รวมทั้งเป็นอีกทางเลือกการออกกำลังกายในช่วงโควิด-19 โดยในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนนั้น มีการใช้งานระบบจักรยานสาธารณะเพิ่มขึ้นกว่า 150 เปอร์เซ็นต์ (จากรายงานของสำนักข่าว BBC) ขณะที่ในกรุงจาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย จำนวนผู้ใช้จักรยานนั้นเติบโตขึ้นกว่า 500 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงที่มีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ (จากรายงานของ Institute for Transportation and Development Policy) สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้น ยอดผู้ใช้งานจักรยานสาธารณะของ Anywheel นั้นเติบโตกว่า 19 เปอร์เซ็นต์ และมียอดใช้งานรายวันเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ครั้งต่อวัน เป็น 4 ครั้งต่อวัน ต่อจักรยานหนึ่งคัน นับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไปในยุคโควิด-19 “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในยุคหลังโควิด ชาวเชียงใหม่ รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาในอนาคต จะยังสนุกกับการขี่จักรยาน และเพลิดเพลินกับบรรยากาศในช่วงเดือนที่เชียงใหม่อากาศดี เราทราบดีว่าเชียงใหม่นั้นประสบกับปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี และเราก็หวังว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาดังกล่าว” เขากล่าว เชียงใหม่สมาร์ทซิตี้ เมืองเชียงใหม่ได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะขึ้นในปี 2562 อันสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเรื่องการเกษตรอัจฉริยะ การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น การใช้พลังงานสะอาด ไปจนถึงการขับเคลื่อนเครือข่ายการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (smart mobility) และการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ซึ่งเมืองเชียงใหม่นั้นพยายามผลักดันให้มีการใช้จักรยานเพื่อลดมลภาวะ โดยได้มีการลงทุนทั้งในส่วนของเลนจักรยาน การจัดกิจกรรม Car-Free Day ไปจนถึงเมืองคาร์บอนต่ำ ซึ่งผู้ให้บริการจักรยานสาธารณะอย่าง Anywheel จะเข้ามาช่วยเติมเต็มวิสัยทัศน์ดังกล่าว “เราเข้ามาคุยกับทางจังหวัดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทางจังหวัดเชียงใหม่กำลังเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น ให้คนสามารถลงรถแล้วต่อจักรยาน หรือหากต้องเดินทางไปไกลหน่อยก็อาจจะมีสถานีตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า หรือรถเมล์ไฟฟ้ารองรับ ซึ่งทาง Anywheel เองก็พยายามปรับให้จุดจอดจักรยานของเรานั้นเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนของเมืองเชียงใหม่มากที่สุด” ในการใช้งานจักรยานของ Anywheel ผู้เพียงค้นหาจุดจอดจักรยานที่ใกล้ที่สุดจากแผนที่ในแอปพลิเคชัน และสแกน QR โค้ด เพื่อปลดล็อกจักรยาน ทั้งนี้ บริการของ Anywheel นั้นเริ่มต้นที่ 10 บาท นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเหมาจ่ายรายเดือนในราคาเริ่มต้นที่ 200 บาทอีกด้วย นับเป็นทางเลือกการเดินทางที่ย่อมเยาและสะดวกสำหรับตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งสถานที่สำคัญต่างๆ นั้นอยู่ห่างกันไม่มาก “ผู้ใช้งานสามารถดูจุดจอดจักรยานได้จากแอปพลิเคชัน ว่าสถานีที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปกี่เมตร กี่นาที โดยเราคิดค่าบริการเริ่มต้นที่ 10 บาทเท่านั้น ผมเชื่อว่าผู้บริโภคไม่ควรต้องจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อซื้อบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” คุณซีทกล่าว Internet of Everything ในยุคแห่ง Internet of Things (IoT) นั้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูลถึงกันบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยอุปกรณ์เหล่านี้อาจเป็นได้ตั้งแต่อุปกรณ์ในชีวิตประจำวันอย่างสมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไปจนถึงยานพาหนะและระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่าภายในปี 2573 ทั่วโลกจะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตประมาณหนึ่งแสนล้านชิ้น หรือเฉลี่ยกว่า 15 ชิ้นต่อคน ซึ่งนอกจากการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว เทคโนโลยี IoT ยังทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างผู้คน กระบวนการและเทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้งข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อดังกล่าวเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค และมอบบริการที่ตรงจุดยิ่งขึ้น ในกรณีของ Anywheel นั้น การใช้ IoT SIM ของดีแทคธุรกิจช่วยให้การบริหารจัดการเครือข่ายยานพาหนะเป็นไปอย่างแม่นยำ โดยทีมงานของ Anywheel สามารถตรวจสอบตำแหน่งของจักรยานแบบเรียลไทม์ เก็บสถิติการใช้งานตามพื้นที่และช่วงเวลา ไปจนถึงการคำนวณกิโลเมตรที่ปั่น อันจะเอื้อต่อการพัฒนาเครือข่ายการขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ และนำพาเมืองเชียงใหม่ไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างแท้จริงในที่สุด “ดีแทคธุรกิจช่วยให้คำแนะนำเราเกี่ยวกับโซลูชันโทรคมนาคมในประเทศ รวมทั้งการออกแบบแพ็กเกจที่ตอบกับความต้องการของเราในราคาที่เหมาะสม โดยทางทีมดีแทคเข้ามาดูแลเรานับตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาต้นแบบ การทดลองระบบ ไปจนกระทั่งการส่งมอบ IoT SIM ชุดแรก จำนวน 1,000 ชิ้น เพื่อนำไปติดตั้งที่ฐานการผลิต ทำให้เรามั่นใจว่าดีแทคธุรกิจจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีและเติบโตไปพร้อมกับเรา” คุณซีทกล่าว ในอนาคต บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันให้ตอบโจทย์กับชีวิตในเมืองยิ่งขึ้น และมีแผนจะต่อยอดไปสู่การให้บริการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการแล้วในสิงคโปร์และมาเลเชีย เพื่อรองรับการเดินทางในระยะที่ไกลขึ้นสำหรับคนไทย “เป้าหมายของเราคือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่สุด จริงอยู่ที่เรามีเป้าหมายจะขยายจำนวนจักรยานที่เราให้บริการ แต่เราไม่ต้องการเพิ่มจำนวนรถคราวละมากๆ หรือเน้นไปที่ยอดดาวน์โหลดอย่างเดียว เราต้องการให้เกิดการใช้งานจริง ผมอยากให้ Anywheel กลายเป็นแบรนด์ติดหูของคนเชียงใหม่ และในอนาคต เราอยากขยายบริการไปยังเมืองที่ใหญ่ขึ้นอีก เมืองที่ต้องการแก้ปัญหาการขนส่ง” คุณซีททิ้งท้าย
  16. เคอี กรุ๊ป ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จับมือกับ อาลีบาบา คลาวด์ สร้างนิวโมเดลแพลตฟอร์ม ภายใต้ชื่อ SKY OS เชื่อมโยงธุรกิจแบบครบวงจร ต่อยอดธุรกิจได้หลากหลาย ทั้งธุรกิจค้าปลีก ร้านค้า ศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอี กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ บริษัท อาลีบาบา คลาวด์ จำกัด ร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อกลุ่มค้าปลีก, ร้านค้า, ศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ภายใต้ชื่อ “SKY OS” (สกาย โอเอส) เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงธุรกิจแบบครบวงจรและทันสมัยของเมืองไทย อีกทั้งยังสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้หลากหลายธุรกิจ นอกจากแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจค้าปลีกแล้ว ยังคาดว่าจะมีการพัฒนา “SKY OS” (สกาย โอเอส) พัฒนาระบบให้ครอบคลุมการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในอนาคต โดย SKY OS (สกาย โอเอส) ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลอัจฉริยะ และเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานหลักของอาลีบาบา ซึ่งโซลูชั่นของอาลีบาบา คลาวด์ ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจต่างๆ อย่างประสบผลสำเร็จมาแล้วมากมาย ทั้งธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยีการเงิน โลจิสติกส์สื่อดิจิทัล และ ธุรกิจบันเทิง ตลอดจนระบบจ่ายเงิน เกตเวย์ และระบบการชำระเงินแบบไร้เงินสดหรือ E-Wallet ที่สมบูรณ์ครบวงจร จุดเด่นของ SKY OS (สกาย โอเอส) คือการรวบรวมแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบนี้ให้กับพันธมิตรธุรกิจ และร้านค้าต่างๆ สามารถนำไปใช้ในการบริหารงานและบริหารการขาย เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บนแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพ SKY OS (สกาย โอเอส) จะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโครงการหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม สำนักงาน โรงแรม อพาร์ทเมนต์ ตลาด และค้าปลีก โดยอำนวยความสะดวกในทุกด้านที่ธุรกิจต้องการ และเป็นท่าเชื่อมต่อไปยังบริการด้านบัญชี แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า การเก็บและจ่ายเงิน บริการออนดีมานด์ ประกัน และอีกมากมาย บริการเหล่านี้มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพคอยรองรับ โดยมีราคาที่เข้าถึงได้ ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอี กรุ๊ป จำกัด ศุภานวิต กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นในประเทศไทย เพื่อเสริมกลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการค้าขายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยศักยภาพของ อาลีบาบา คลาวด์ ที่เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย เทคโนโลยีนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญทางธุรกิจในการช่วยสร้างยอดขาย เพิ่มฐานลูกค้า ให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการคลาวด์มากขึ้นในประเทศไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต” โดยทั่วไป หากธุรกิจต้องการพัฒนาแอปพลิเคชั่นขึ้นมาด้วยตนเอง จะมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแพลตฟอร์มราว 800,000-5,000,000 บาท สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่หากใช้บริการพัฒนาแอปพลิเคชั่นของ SKY OS (สกาย โอเอส) จะค่าใช้จ่ายราว 300,000-1,000,000 บาทเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับความยากง่าย ดังนั้นสกาย โอเอส จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างฟีเจอร์พื้นฐานที่ครบถ้วนสำหรับบริหารจัดการโปรแกรมลอยัลตี้และแคมเปญต่าง การทำการตลาดแบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ โดยธุรกิจสามารถเลือกที่จะเป็นผู้ดูแลระบบหลังบ้านเอง หรือว่าจ้างให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบได้ ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์
  1. Load more activity
×
×
  • Create New...