Jump to content

All Activity

This stream auto-updates     

  1. Today
  2. eๅมว่ๅJ

    LNBF One cable solution C band.

    จำได้เคยตั้งค่า 5150/5750 กับหัว C band ด้วยกล่อง Gsky V8. ( มันมีให้เลือก ) แต่ไม่มีสัญญาน พึ่งเข้าใจนี่เอง แสดงว่าต่างประเทศมีหัวแบบนี้ใช้นานแล้ว... ท่านที่มีกล่อง gtc v7 , v8 หรือ กล่องอื่นๆที่นำเข้า ลองดูผมว่าน่าจะเลือกค่า 5150/5750 ได้นะ.. ส่วนคำถามที่ว่า กล่องที่เลือก 5150/5750 ได้ แล้วใช้หัวแบบ 5000/5800 แทนได้ไหม ? ผมว่าไม่น่าได้ แต่หากแล้วลองดู ก็ดีครับ..
  3. eๅมว่ๅJ

    LNBF One cable solution C band.

    ของไทย.. 1 output เคลมว่าต่อขยายได้ 100 กว่าจุดโดยไม่ใช้ multiswitchs แค่ใช้ spliter เท่านั้น ผมก็ว่าประหยัดดีนะ แต่หัวนี้ประหยัดกว่าครับ..
  4. Yesterday
  5. ต่างกันที่เป็นหัวอิสระ 4 หัวใช่ไหมครับ แต่ high gain จริงหรือเปล่า เห็นมานานแล้วครับ แต่ซื้อผ่าน shopee จะได้ราคาถูกกว่า ซื้อกับ Aliexpress หรือ E-Bay หรือ Amazon
  6. eๅมว่ๅJ

    LNBF One cable solution C band.

    ใช้ได้ครับ เปลี่ยนค่า LOF/L = 5000 LOF/H =5800 เคยลองใส่ ดาว 166 อี สัญญานดี พอใส่ ไทยคม สัญญานไม่ออก.. ลองเทสให้ด้วยครับ
  7. ได้แล้วครับขอบคุณครับ
  8. ninjacopy007

    LNBF One cable solution C band.

    กล่องนี้ lnb thaisat extream ใช้ได้มั้ยครับ
  9. เท่าที่ทราบ หัว แบบนี้ ไม่มี 13v , 18v แต่เปลี่ยนเป็น บวกความถี่แทน ทำให้ประหยัดกว่า หัว แบบเดิมๆ.. ในบ้านเรา ที่ดูๆ เป็นแบบ 5000 + 5800 ในต่างประเทศเป็นแบบ 5150/5750 กล่องบ้านๆ ที่ปรับค่า LOF ให้ใช้กับหัวแบบใหม่นี้ไม่ได้ คงหมดสิทธิใช้แน่นอน.. โชคดี กล่อง Enigma2 ปรับค่า LOF ได้อย่างอิสระ ใส่ค่าตัวเลขได้โดยตรง เลยใช้งานได้กับ lnbf ที่มีจำหน่ายบนโลกได้ทุกแบบมั้งครับ.. ผมสั่ง จาก shopee Pusdasat 1240 4 output จ่าย 400 ทอนมา 4 บ. 555 ถูกกว่า ลาซาด้า ตอนสั่ง ดูจากลาซาด้า 423 บ. 2 output https://shopee.co.th/C-Band-Digital-LNB-High-Gain-One-Cable-Solution-lnbf-HD-TV-Satellite-i.110367728.1729576654 จากที่ได้จองดูแบบจับผิดกับหัวแบบเก่า noise gain 13k ณ. ขณะนี้ยังไม่เห็นความแตกต่างแม้ noise gain 17k จะสังเกตุได้ชัดคงตอนที่เมฆฝน บังหน้าจาน นั่นละ อ้อ ผมใส่ที่ จาน 166อี ครับ..ส่วนการตั้งค่า LOF ตามภาพครับ..
  10. ลองนำด้านล่างไปทำได้ครับ โดยกอปปี้และ save ไฟล์ชื่อ custom_url.m3u ลิงค์ใช้ได้ปกติ #EXTM3U #EXTINF:-1, DLTV1 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv01_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV2 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv02_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV3 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv03_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV4 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv04_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV5 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv05_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV6 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv06_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV7 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv07_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV8 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv08_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV9 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv09_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV10 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv10_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV11 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv11_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV12 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv12_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV13 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv13_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV14 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv14_720p.m3u8 #EXTINF:-1, DLTV15 http://dltv-live-edge.catcdn.cloud/dltv15_720p.m3u8 การแก้ไขไฟล์ นิยมใช้โปรแกรม EditPlus ครับ
  11. การใส่ IPTV จะมีรูปแบบการใส่ด้านล่าง แต่ขออธิบายไฟล์ที่ต้องการใส่ก่อนครับ 1. ไฟล์ชื่อ iptvlist.txt ภายในไฟล์รูปแบบด้านล่าง SkySport 1,http://169.45.89.106:1935/app/skysports1lsh/playlist.m3u8 SkySport 2,http://169.45.89.106:1935/app/skysports2lsh/playlist.m3u8 SkySport 3,http://169.45.89.106:1935/app/skysports3lsh/playlist.m3u8 SkySport 4,http://169.45.89.106:1935/app/skysports4lsh/playlist.m3u8 SkySport 5,http://169.45.89.106:1935/app/skysports5lsh/playlist.m3u8 2. ไฟล์ชื่อ custom_url.m3u ภายในไฟล์รูปแบบด้านล่าง #EXTM3U #EXTINF:-1,CH3 HD http://103.77.116.251:443/smdtv/33_ch3hd/playlist.m3u8 #EXTINF:-1,CH5 HD http://103.77.116.251:443/smdtv/01_ch5hd/playlist.m3u8 #EXTINF:-1,CH7 HD http://103.77.116.251:443/smdtv/35_ch7hd/playlist.m3u8 #EXTINF:-1,MCOT HD http://27.254.154.154:1935/sport/MCOT_HD.stream/playlist.m3u8 มาถึงคำถามว่าใส่ไฟล์อย่างไร ปราการแรกจะต้องใช้ USB-Stick 2.0 สำหรับ USB 3.0 กล่องดาวเทียมทุกยี่ห้อไม่รองรับ จะ format เป็น FAT32 หรือ NTFS รองรับทั้งหมด นำไฟล์ที่เราได้เตรียมไว้ ชื่อ iptvlist.txt หรือ custom_url.m3u ไปไว้ใน USB Drive โดยส่วนใหญ่นิยมไฟล์ชื่อ custom_url.m3u มากกว่า สามารถบรรจุช่องได้ถึง 1024 ช่อง และใช้ชื่อที่บอกไว้เท่านั้น ชื่ออื่นไม่รองรับ นำไฟล์ที่อยู่ใน Flash drive ไปเสียบในช่อง USB ของกล่องดาวเทียม มาถึงขั้นตอนนี้มี 2 วิธี คือ 1. เปิดเครื่องดูทีวีดาวเทียมอยู่ขณะนั้น นำ USB ไปเสียบกับกล่องดาวเทียม จะมี pop up ขึ้นมา ให้เลื่อนไปตอบ Yes และ OK ก็เป็นอันเสร็จแล้ว 2. เสียบ USB ที่กล่องดาวเทียม และเปิดกล่องดาวเทียม รอจน boot เสร็จ จะมี pop up ขึ้นมา ให้เลื่อนไปตอบ Yes และ OK ก็เป็นอันเสร็จแล้ว ขั้นตอนการดู iPTV ก็ให้กดปุ่ม custom ที่ remote control เพื่อมายังช่อง IPTV ที่เราใส่เข้าไป และกดเลือกช่องต่างๆ กดช่อง OK และอื่นๆ ถ้าต้องการออกก็กด Exit 2 ครั้ง ลองไปศึกษาดูครับ
  12. GOAL เตรียมถ่ายทอดสด UEFA Champions League ผ่านทางทวิตเตอร์ เป็นครั้งแรกของโลก Date: 13/02/2019Author: Just222 Goal เว็บสื่อฟุตบอลออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศความร่วมมือกับ ทวิตเตอร์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) รอบ 16 ทีมสุดท้าย สู่สายตาแฟนบอลผู้ใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว ซึ่งสามารถรับชมการแข่งขันได้ฟรี ผ่านแอคเคาท์ทวิตเตอร์บนมือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารในไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว และผ่านทวิตเตอร์แอคเคาท์ของ Goal ประเทศไทย (@Goal_TH) สำหรับแมตช์ที่จะมีการถ่ายทอดสดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านทวิตเตอร์ มีดังนี้ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (@SpursOfficial)–โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ (@BVB) (วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 03:00 น.) ลิเวอร์พูล (@LFC)–บาเยิร์น มิวนิก (@FCBayern) (วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลา 03:00 น.) ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (@PSG_inside)–แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (@ManUtd) (วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม เวลา 03:00 น ) แมนเชนเตอร์ ซิตี้ (@ManCity)–ชาลเก้ (@s04) (วันพุธที่ 13 มีนาคม เวลา 03:00 น.) ทั้งนี้ ผู้ใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว และเพิ่มเติมคือสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน จะสามารถรับชมไฮไลต์ของทุกแมตช์ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อีกด้วย นอกจากนั้น แฟนฟุตบอลสามารถรับชมถ่ายทอดสดและดูย้อนหลังได้ทุกแมตช์ผ่านทุกเว็บไซต์ของ Goal ในภูมิภาค มิสเตอร์เจมส์ ดิ้กเก้นส์ (James Dickens) ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์, Goalเปิดเผยว่า “เรามีความยินดีที่ได้ถ่ายทอดสด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทวิตเตอร์ ในสี่แมตช์สำคัญของรอบ 16 ทีมสุดท้าย เพื่อให้แฟนฟุตบอลในไทย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว ได้ร่วมชมและเชียร์เกมสำคัญนี้ไปด้วยกัน” มิสเตอร์มอริซิโอ บาร์บิเอรี่ (Maurizio Barbieri) ผู้อำนวยการฝ่ายพาร์ตเนอร์ชิปด้านกีฬา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ทวิตเตอร์ กล่าวว่า “การแข่งขันฟุตบอลในช่วงสุดท้ายของรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมีความสำคัญมาก ดังนั้น การถ่ายทอดสดแมตช์สำคัญของยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนี้ร่วมกับ Goal ผ่านทางทวิตเตอร์จึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่น่าตื่นเต้น ทั้งนี้ บทสนทนาที่เกิดขึ้นบนทวิตเตอร์ของบรรดาแฟนฟุตบอลในภูมิภาคนี้นับได้ว่าเป็นการมีส่วนร่วมของการแสดงความเห็นและเต็มไปด้วยความหลงใหลมากที่สุดในโลก ดังนั้นการถ่ายทอดสดออนไลน์นี้ตอบสนองความต้องการได้อย่างเหมาะสมที่สุด” ติดตามรายละเอียดได้ที่ Goal หรือ ติดตามทวิตเตอร์แอคเคาท์ได้ที่ @Goal_TH.
  13. Last week
  14. 1. เรือนไทยในทุ่งรวงทอง เรือนไทยในทุ่งรวงทองเปรียบเหมือนทิพย์วิมานบนดิน มีพ่อที่เปี่ยมด้วยบุญบารมีปกครองลูกด้วยความเมตตา ลูกได้อาศัยอยู่ใต้หลังคาเรือนไทยอย่างร่มเย็น มีความรักใคร่ปรองดอง และมีความสามัคคี จะมีปัญหาอะไรก็ค่อยพูดจากันให้รู้เรื่อง ไม่มีใครต้องอดอยากแร้นแค้น เพราะว่าในน้ำมีปลา ในทุ่งรวงทองมีข้าวและพืชพันธุ์ธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ เรือนไทยในทุ่งรวงทองอยู่ในพระบวรพุทธศาสนา ทุกคนใฝ่ธรรมะ มีความละอายต่อบาป มีพรหมวิหาร4เป็นที่ตั้ง ยึดถือปฏิบัติตามแนวทางคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยามข้าศึกรุกราน ต่างคนต่างทำหน้าที มีพ่อเป็นจอมทัพ ยอมสละชีพเพื่อปกป้องทุ่งรวงทองและพระพุทธศาสนา ทำให้อยู่รอดปลอดภัยมาเป็นเวลาช้านาน ชาวทุ่งรวงทองจึงโชคดีไม่เหมือนใครในโลก เพราะว่าอยู่กันง่ายๆแบบพ่อปกครองลูก มีศาสนาพุทธเป็นหลักประจำใจ ทำให้เป็นคนน่ารัก ยิ้มง่าย ใจดี มีความโอบอ้อมอารีย์ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ชอบทำบุญเพื่อการละ และมีวัฒนธรรมด้านจิตใจที่สูงส่งหาชาติใดเสมอเหมือนมิได้ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป เรือนไทยในทุ่งรวงทองไม่เหมือนเดิม ลูกๆเติบโตปีกกล้าขาแข็งขึ้น เริ่มมีความหยิ่งผยอง กลายเป็นคนหยาบกระด้าง กักขฬะ จาบจ้วงเพราะว่าเสพติดตำราฝรั่งโดยหารู้ไม่ว่าฝรั่งเอายาพิษล้างสมอง ส่งเสริมลัทธิวัตถุนิยมเหนือจิตนิยม ให้บูชาเงิน และให้ก่อกบฎต่อระเบียบแบบแผนดั้งเดิม ให้เชื้อร้ายประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างความแตกแยก ทำให้ต่อไปฝรั่งจะเข้ามาครอบงำเรือนไทยในทุ่งรวงทองได้ โดยที่ไม่มีลูกบ้านผู้ใดมีจิตสำนึกที่จะขัดขืน เพราะว่ามีอาการป่วยทางความคิดกันทุกคน คิดถึงแต่ตัวเอง หลงผิดคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ จะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้ ไม่ต้องเคารพนอบน้อมผู้ใหญ่ หรือจารีตประเพณีเหมือนเดิม ต้องการความเปลี่ยนแปลง ต้องการมีอำนาจมากขึ้น ยิ่งคนที่มีเงินทองมากยิ่งจะหลงตัวเองเหมือนวัวลืมตีน กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา คิดไปไกลถึงขนาดจะขึ้นมาปกครองแผ่นดินแทนพ่อ ทั้งๆที่อ่านหนังสือไม่เกิน5บรรทัด ไม่เข้าใจโลก ไม่เข้าใจธรรม ไม่เข้าใจภัยจากข้างนอกที่หมายปองทุ่งร่วงทอง อันนำไปสู่เหตุการณ์ในปีพศ 2475 หลังจากนั้นมา ลูกหลานในเรือนไทยก็ติดกับดักวังวนอยู่กับประชาธิปไตยจอมปลอมที่โกงกิน และเผด็จการทหารที่ทำเพื่อตัวเอง สลับกันไปสลับกันมา พอประชาธิปไตยไปไม่ไหวก็มีการเรียกให้ทหารเข้ามาจัดการ พอทหารขึ้นมาปกครองอยู่นานไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นก็เรียกร้องโหยหาประชาธิปไตย โดยฝรั่งคอยราดน้ำมันปลุกระดมลัทธิประชาธิปไตยที่มีแต่จะสร้างความแตกแยก เรือนไทยติดหล่ม ไม่เอาประชาธิปไตยแล้วจะเอาเผด็จการหรือ? โดยลืมไปว่า เรามีระบบพ่อปกครองลูกที่ดีงามอยู่แล้ว ตลอดเวลาพ่อไม่เคยบ่น ไม่เคยว่าใคร มีแต่คอยประคับประคองเรือนไทยในทุ่งร่วงทองให้ดำรงต่อไปอย่างทุลักทุเล พ่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา ดูแลคนยากไร้ สอนให้รู้จักช่วยตัวเอง และสอนให้รู้จักพอ รู้จักให้ รู้จักเสียสละ แต่พลังจากภัยข้างนอกมาแรงสุดที่จะต้านทาน ทุ่งรวงทองกลายเป็นถิ่นกาขาว ที่ฝรั่งเข้ามากอบโดยประโยชน์ และทรัพยากร โดยลูกๆกลายเป็นทาสอย่างไม่รู้ตัว ขายแรงงานถูกๆเพื่อแลกกับเศษเงิน พวกที่มั่งคั่งก็ได้เงินจากการขายทรัพย์สมบัติของชาติ ขายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อประชาธิปไตย ลูกอยู่เรือนไทยแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของอีกต่อไป เพราะว่าไม่รู้จักรักษาจนตัวเองกลายเป็นเพียงผู้อาศัยเท่านั้น ส่วนคนนอกที่เป็นผู้อาศัยกลายเป็นเจ้าของบ้านแทน แต่ยังไม่สำนึก ยังไม่เข้าใจ ไม่รู้ตัว แถมกลับมาโทษพ่อ ทั้งๆที่ตัวเองมีแต่ความเขลาเบาปัญญา เห็นกงจักรเป็นดอกบัว มาวันนี้เรามีพ่อคนใหม่ที่มีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูให้เรือนไทยในทุ่งรวงทองกลับมาอบอุ่น อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ให้คนไทยเป็นเจ้าของบ้าน ไม่ใช่เป็นผู้อาศัย ให้เรือนไทยมีอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ไม่ตกเป็นอาณานิคมของผู้อื่น ให้เรื่อนไทยมั่นคงปลอดภัยจากภัยอันตรายจากภายนอกที่กำลังถาโถมเข้ามาโดยที่น้อยคนที่จะระแวงสงสัย แต่จะทำอย่างไรในเมื่อเรือนไทยมันผุไปแล้ว มีลูกๆที่ไร้คุณภาพเต็มบ้านเต็มเมือง มีเศรษฐีใหม่ที่เอาแต่กอบโกยเข้ากระเป๋าตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงคนอื่นว่าจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ทุกซอกทุกมุมในเรือนไทยมีแต่การคอรัปชั่น ขาดจิตสำนึกของส่วนรวม ทุกคนเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่มีใครดูแลเรือนไทย แล้วเรือนไทยจะไปต่ออย่างไร? เลือกตั้งแล้วจะทำให้เรือนไทยหายผุอย่างนั้นหรือ? รัสเซียเข้มแข็งมากทุกวันนี้ เพราะว่าได้ผู้นำที่เข้มแข็งและมองการณ์ไกลอย่างปูตินที่ปราบคอรัปชั่น ล้างคนโกง และทำลายพวกที่เป็นภัยต่อมาตุภูมิ ปูตินใช้เวลาถึง20ปีในการล้างบ้านให้สะอาด โดยทีมงานเก่าจากเคจีบีสามารถถอนรากถอนโคนพวกที่ปล้นทรัพยากรของประเทศ ควบคุมอุตสาหกรรม การเงินและธุรกิจที่สำคัญของประเทศโดยเชื่อมโยงกับฝรั่งตะวันตกที่คุมรัสเซียทางอ้อม มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปูตินก็สามารถทำสำเร็จ โดยปลดแอกอิทธิของฝรั่งไปได้ เงินงบประมาณก็ใช้อย่างประหยัด แต่แอบเอาไปพัฒนาแสนยานุภาพทางทหารจนอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียเหนือกว่าสหรัฐแล้ว ทำให้ปูตินมีอำนาจการต่อรองเหนือยุโรป และไม่ด้อยกว่าสหรัฐในเวลานี้ ปูตินสร้างชาติรัสเซียใหม่หลังจากที่รัสเซียล่มสลายไปในปี1991 นับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ด้่วยเหตุนี้ฝรั่งจึงด่าปูตินว่าเป็นเผด็จการ เป็ฮิตเลอร์ ปกครองรัสเซียด้วยระบบเผด็จการ ที่จีน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ดำเนินนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและเป็นวงกว้าง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 1 ล้านคนถูกลงโทษ เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการได้รับการลงโทษให้ออกจากตำแหน่ง ด้วยข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานทุจริต ประพฤติมิชอบในหน้าที่ และกระทำผิดวินัยของพรรคคอมมิวนิสต์ หลายฝ่ายมองปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการกวาดล้างศัตรูการเมืองภายในพรรคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับแต่สมัยประธานเหมา เจ๋อตง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงจำนวนมากถูกกำจัดในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม มีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนกว่า 35 คน ถูกลงโทษ จีนก็มีปัญหาเหมือนไทย มีการคอรัปชั่น และถูกฝรั่งแทรกแซงซื้อตัวเพื่อบ่อนทำลายจีน ทำให้สีต้องจัดการอย่างเด็ดขาด ฝ่ายตรงข้ามพยายามเล่นงานกลับ แต่ทำอะไรได้ไม่ถนัด สีเดินหน้าปราบคนโกง และพวกที่สมคบกับต่างชาติเพื่อทำลายจีนอย่างไม่ลดละ ถ้าไม่จัดการปัญหาภายในให้จีนเข้มแข็ง แล้วจะหวังที่จะสู้สหรัฐในศึกที่จะตามมาได้อย่างไร ทั้งการเงิน เศรษฐกิจ และการทหาร ที่ตุรกี รีเชฟ ไทยับ แอร์ดออัน ประธานาธิบดีของตุรกีได้ทำการกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม หรือศัตรูทางการเมืองอย่างเด็ดขาด หลังจากโดนก่อการรัฐประหาร โดยสหรัฐหนุนทหารให้ก่อกบฎ ปรากฎว่ามีการปลด ไล่ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งดำเนินคดีกับทหาร ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ครู พนักงานรัฐ นักการศาสนาหลายแสนคน ขอย้ำอีกที หลายแสนคนที่ถูกแอร์ดออันกวาดล้างครั้งใหญ่ ทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของตุรกีได้ คิดเอา ถ้าหากว่าประเทศแตกแยก แล้่วตุรกีจะยืนหยัดได้อย่างไร ท่ามกลางเสือสิงห์กระทิงแรดในสมรภูมิในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออก แอร์ดออันจะดีหรือจะเลวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เอกภาพของประเทศมีความสำคัญมากที่สุดในการรักษาอำนาจอธิปไตย หลังจากดูกรณีตัววอย่างของรัสเซีย จีนและตุรกีแล้ว หันกลับมาดูเรือนไทยในทุ่งรวงข้าวแล้วจะช็อค เรือนไทยไม่เคยมีการกวาดล้างเช็ดถูบ้านเลยมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ปล่อยให้คอรัปชั่นกลัดกร่อนบ้านจนผุแทบพังทะลาย ลูกบ้านที่มีตำแหน่ง มีอำนาจและมีเงินทองทั้งในภาครัฐและเอกชนทำงานรับใช้ต่างชาติมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ของเรือนไทย ทุกจุดของเรือนไทยโดนอิทธิพลที่เลวร้ายจากภายนอกแทรกซึม ไม่ว่าจะเป็นการเงิน เศรษฐกิจ การศึกษา การวางแผนพัฒนาประเทศ การทหาร หน่วยงานมั่นคง ฯลฯ หวังพึ่งใครไม่ได้จริงๆในเวลานี้ 5ปีของการยึดอำนาจของทหารบอกได้ว่าเสียของอีกแล้ว พลาดโอกาส เพราะว่าไม่มีการปฏิรูปประเทศเพื่อขจัดเนื้อร้ายที่ถือกำเนิดจากระบอบประชาธิปไตย ไม่มีแอ็คชั่นฟันแทงเลือดท่วมจอให้เห็นเหมือนกับที่ปูติน สี และแอร์ดออันทำให้กับประเทศตัวเอง ทุกอย่างที่ทำก็ทำแบบเดิมๆ (Business as usual) ไม่ทำตามที่พ่อสอน จนเวลาล่วงเลยกำหนด เรือนไทยยิ่งผุกร่อนไปกว่าเดิม มาถึงตอนนี้ต้องให้มีการเลือกตั้ง แล้วการไปหย่อนบัตรเพื่อเลือกนักประชาธิปไตยเข้ามาถลุงงบประมาณแผ่นดิน จะทำให้เรือนไทยเข้มแข็งเหมือนเดิมได้อย่างไร จะทำให้คนไทยที่เป็นผู้อาศัยกลายเป็นเจ้าของประเทศอีกครั้งได้อย่างไร จะทำให้ทรัพยากรอยู่ในมือของคนหมู่มากได้อย่างไร จะทำให้ความรวยกระจุก จนกระจายหายไปได้อย่างไร จะทำให้เรือนไทยมีอำนาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างแท้จริงอย่างไร จะทำให้ค่าครองชีพลดลงได้อย่างไร จะเผาตำราการศึกษาเฮงซวยแล้วเขียนตำราใหม่อย่างไรให้คนไทยคิดเป็นคิดชอบ ตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อนที่จะเลือกตั้ง ถ้าตอบไม่ได้ก็ต้องให้คนมีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการสร้างเรือนไทยใหม่ หรือซ่อมแซมที่ผุพัง ทหารชุดปัจจุบันฮ่วย ไม่มีความจริงใจ ทำไม่ได้ ไม่ได้แตะการปฏิรูปเหมือนรัสเซีย จีนและตุรกี พวกนักประชาธิปไตยก็ไม่สามารถจะฝากความหวังได้ นาทีนี้ ไม่ต้องสนว่าจะเป็นการปกครองแบบไหน ขอให้ได้คนดี คนมีความสามารถมาฟื้นฟูประเทศ พาเรือนไทยเข้าสู่ยุคศิวิไลเรือนไทยมีแต่รอวันล่มจม ถ้าหากว่าอยุธยาสิ้นแล้วคนดี ------------------------------------------------------ 2. เรือนไทยในทุ่งรวงทอง ทุ่งรวงทอง - ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร https://www.youtube.com/watch?v=I_KWbp6YWLc ------------------------------------------------------- 3. เรือนไทยในทุ่งรวงทอง ในโลกนี้มีประเทศผู้ล่า และประเทศผู้ถูกล่า เหมือนในป่าแอฟริกาที่มีสัตว์ผู้ล่า และสัตว์ที่เป็นผู้ถูกล่า ประเทศไทยอยู่ในจำพวกผู้ถูกล่า ประเทศในเอเชีย ในแอฟริกา ในอเมริกาใต้ อเมริกากลาง โดยมากเป็นประเทศผู้ถูกล่าทั้งนั้น ส่วนประเทศผู้ล่าคือแองโกลอเมริกันนำโดย สหรัฐ และอังกฤษ โดยมี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม สเปน โปรตุเกส ฯลฯพ่วงมาด้วย สยามประเทศถูกล่ามาตลอดตั้งแต่สมัยพระนเรศวร โดยพวกโปรตุเกสมาดูลาดเลาก่อน สมัยพระนารายณ์สยามเกือบจะโดนฝรั่งเศสสอยไปแล้ว และวาติกันพยายามเปลี่ยนสยามให้เป็นแคทอลิก มาสมัยรัชกาลที่4โดนอังกฤษเข้ามาบีบสยามให้เปิดประเทศผ่านสทธิสัญญาบราวริ่ง ตามมาด้วยฝรั่งเศสเข้ามาปล้นทรัพย์เราสมัยรัชกาลที่ 5 สยามเสียดินแดนให้อังกฤษและฝรั่งเศสไปมาก แต่ก็เพื่อรักษาเอกราช ยิ่งใหญ่อย่างอินเดียและจีนยังเป็นประเทศผู้ถูกล่า อินเดียหมดสภาพเพราะตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ควีนวิคตอเรียของอังกฤษมีอีกพระนามหนึ่งว่าพระจักรพรรดินีแห่งอินเดีย (Empress of India) อังกฤษค้าขายฝิ่นกับจีนจนร่ำรวยมาก และนำมาถึงหายนะของจีนเมื่อจีนต้องแพ้สงครามฝิ่น ญี่ปุ่นเป็นทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า ฟิลิปปินส์สิ้นชาติกลายเป็นแคทอลิกภายใต้การปกครองของสเปน และต่อมาอยู่ภายใต้อานัติของสหรัฐ อินโดเนเซียถูกพวกดัชท์ยึด มาเลย์ และพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ อินโดจีนกลายเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ทั้งทวีปแอฟริกาโดนพวกนักล่าอาณานิคมยุโรปแบ่งกันรุมทึ้งทรัพยากร ตะวันออกกลางก็เละ รวมทั้งอเมริกาใต้ที่กลายเป็นลาตินอเมริกา หรืออเมริกาของโรม สำหรับพวกพื้นเมืองอินเดียนแดง สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มเมื่อคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสเดินเรือมาขึ้นบกที่อเมริกาในปี 1492 ไม่ใช่ในปี1914-1918อย่างที่เข้าใจกัน เพราะว่าหลังจากนั้นชาวพื้นเมืองถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จนแทบจะสูญพันธุ์ในเวลานี้ จะได้ไม่มีใครมาอ้างกรรมสิทธิ์ดั้งเดิมว่าเป็นเจ้าของอเมริกา หลังสงครามโลกครั้งที่2 (1945) หลายๆประเทศผู้ถูกล่าเริ่มได้รักเอกราช ประเทศผู้ล่าจึงเปลี่ยนนโยบายจากการล่าเอาเป็นเมืองขึ้นโต้งๆ เป็นการสร้างระบบอาณานิคมสมัยใหม่ให้ประเทศผู้ล่ายังคงอ่อนแอต่อไป เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเลี้ยงดูผู้ล่าในยุโรปที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไร ผู้ล่ามีการรวมหัวกันสร้างอเมริกาให้ออกหน้าเป็นผู้ล่าในยุคศตวรรษที่ 20 ต่อเนื่องมาถึงยุคศตวรรษที่ 21 ประเทศผู้ถูกล่ามีการปกครองแบบระบบกษัตริย์ (ไทย และประเทศในเอเชียส่วนมาก) ระบบเผ่าพันธุ์ หรือระบบสามัคคีคำฉันท์ (แอฟริกา, ตะวันออกกลาง) และมีจารีตประเพณีที่หล่อหลอมความเป็นชาติ ถ้าจะให้ผู้ถูกล่าอ่อนแอต่อไป ผู้ล่าจะต้องทำลายจุดแข็งที่สุดของผู้ถูกล่าคือระบบกษัตริย์ ระบบเผ่าพันธุ์ โดยให้ใช้ระบบสมัยใหม่ที่ยัดเยียดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการ ประชาธิปไตย สังคมนิยม และคอมมิวนิสต์ ทั้ง4ระบบนี้ -- เผด็จการ ประชาธิปไตย สังคมนิยม และคอมมิวนิสต์ -- เป็นยาพิษที่เอาเข้่ามาเพื่อทำลายรากฐานระบบดั้งเดิมของผู้ถูกล่าให้ติดกับดัก เรือนไทยโดนผู้ล่าหนุนให้ล้มระบบกษัตริย์ แล้วยัดเยียดให้เรือนไทยติดกับดักกับเผด็จการ ประชาธิปไตย สังคมนิยม และคอมมิวนิสต์ แล้วให้เปิดประเทศ ให้คนไทยขัดแย้งกันทางความคิด ในขณะที่คนไทยทะเลาะเบาะแว้งตีกันเอง ผู้ล่าสูบทรัพยากรและความร่ำรวยของเรือนไทยออกไปโดยคนไทยไม่รู้ตัวฃ ผู้ล่ากลายเป็นเจ้าของเรือนไทย ในขณะที่คนไทยลดตัวจากการเป็นเจ้าของมาเป็นผู้อาศัย เพราะว่าขายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อเงินกระดาษที่เอามาล่อใจ มีการใช้ระบบการศึกษาสมัยใหม่เข้ามาล้างสมองคนไทยให้ลืมรากเหง้า หรือดูถูกบรรพบุรุษ หรือมรดกของชาติ หรือไม่เห็นความสำคัญจารีตประเพณีและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาติ ประวัติศาสตร์ถูกเขียนใหม่ บิดเบือนความจริงเพื่อทำลายเกียรติภูมิของชาติ ดูลาตินอเมริกาเป็นตัวอย่าง ทั้งๆที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากร แต่ชนพื้นเมืองไม่ได้ประโยชน์อะไรจากทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ลาตินอเมริกาถูกเลี้ยงไข้ให้มีวิกฤติตลอดเวลาแบบ3วันดี 4วันไข้ เดี๋ยวก็ประชาธิปไตย เดี๋ยวก็เผด็จการ เดี๋ยวก็สังคมนิยม-คอมมิวนิสต์สลับกันไป จนไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว ในขณะที่ผู้ล่าสูบความร่ำรวยออกไปทุกวันๆผ่านระบบอาณานิคมสมัยใหม่ที่วางเอาไว้อย่างแยบยล เมื่อเรือนไทยเป็นผู้ถูกล่า คนไทยต้องมีจิตสำนึกตลอดเวลาว่า จะทำอย่างไรที่จะรักษาอำนาจอธิปไตยและเอกราช และทรัพยากรของชาติ เพื่อคนไทยในรุ่นต่อๆไปจะได้มีกินมีใช้ เปล่าเลย คนไทยเวลานี้เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง ต้องการกอบโกยอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงเพื่อนคนไทย หรือลูกหลานไทยในอนาคต ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเก่ง มีการศึกษาสูง เมื่อเป็นเช่นนี้ เรือนไทยก็ต้องผุพังเป็นธรรมดา เพราะว่าคนไทยที่เคยเป็นเจ้าของทำตัวเป็นผู้อาศัยไม่ยอมปกป้อง แก่งยิ่งชิงดีชิงเด่น ชิงความร่ำรวย ต้องการเสรีภาพ ต้องการตีตนเสมอผู้ใหญ่ ที่สำคัญคนไทยลืมพ่อที่คอยดูแลเรือนไทยมาตลอดด้วยการทรงงานหนัก และเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพราะว่าเรือนไทยในฐานะผู้ถูกล่า โดนผู้ล่าย่ำยีตลอดเวลา โดยที่ลูกบ้านไม่รู้ตัว ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ซ้ำมีลูกบ้านหลายคนขายชาติ เซ็งลี้ทรัพย์สินของแผ่นดินในราคาถูกๆ มาวันนี้ เรือนไทยจะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งด้วยการหย่อนบัตรเลือกผู้แทนฯ? คิดใหม่ให้ดีๆ ในฐานะผู้ถูกล่า เราต้องทำตัวอย่างไรเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตย เอกราช และทรัพยากรธรรมชาติให้คนไทยได้ประโยชน์มากที่สุด? ----------------------------------------------------- 4. เรือนไทยในทุ่งรวงทอง ผู้ล่าหลักเวลานี้คือกลุ่มG-7 อันประกอบด้วยสหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี และญี่ปุ่น ตั้งตัวเองเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Economies) ที่เหลือในเอเชีย ลาตินอเมริกา อเมริกากลาง แอฟริกา เขาตั้งชื่อให้หรูว่าตลาดเกิดใหม่ (emerging market economies) ความจริงแล้วเป็นผู้ถูกล่า หรือเหยื่ออันโอชะทั้งนั้น ในทุ่งเซเรนเกติที่กว้างใหญ่ทางตอนเหนือของแทนซาเนียของแอฟริกา ฝูงวิลเดอร์บีสท์มีการเดินทางเป็นวงจรเพื่อหาอาหารหรือหย้าที่อุดมสมบูรณ์เพื่อการประทังชีพและเพื่อการสืบพันธ์ การอพยพของวิลเดอร์บิสท์ โดยมีม้าลาย กวางและสัตว์ชนิดอื่นๆติดตามไปด้วยเป็นฝูงใหญ่นับล้านตัวเป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ วิลเดอร์บิสท์เป็นสัตว์ผู้ถูกล่า ตลอดเส้นทางจะต้องเข้าไปในดินแดนของผู้ล่าที่ปักหลักรอที่จะจับกิน ไม่ว่าจะเป็นสิงโต เสือดาว เสือชีต้าห์ หมาป่า หมาไฮญีน่า ฯลฯ ความอยู่รอดของวิลเดอร์บิสท์อยู่ที่การรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น ไม่แตกแถว เชื่อฟังจ่าฝูง ทำให้ผู้ล่าต้องคิดหนักถ้าจะทำการจู่โจม แต่สัตว์ผู้ล่าจะหาโอกาสล่าเหยื่อได้ด้วยการฆ่าวิลเดอร์บิสท์ที่ประมาท เดินแตกแถว ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือวิลเดอร์บิสท์ที่ทะเลาะเบาะแว้งกัน แย่งตัวเมียกัน สู้กันจนเหนื่อย พอพักไม่ทันไรก็โดนผู้ล่าโจมตี ถูกจับกิน ผู้ล่ามากันเป็นฝูง5-6ตัว แต่สามารถสร้างสถานการณ์ด้วยการจู่โจมแบบเฉียบพลัน ทำให้ฝูงวิลเดอร์บิสท์แตกตื่น ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ฝุ่นคลุ้มเต็มท้องฟ้า ตัวที่อ่อนแอจะถูกจับกิน เมื่อฝุ่นซาลง วิลเดอร์บิสท์มองไปมาไม่เห็นอะไร อย่างน้อยตัวเองยังมีชีวิตอยู่ก็ก้มหน้าก้มตาเล็มหญ้าต่อไปเพื่อการประทังชีวิต ส่วนตัวที่โชคร้ายถูกจับกิน ก็ถือว่าเป็นการสูญเสียไป เพราะว่าวิลเดอร์บิสท์มีเป็นล้านตัว ถูกจับกินไป20-30ตัวในหนึ่งวัน ไม่เห็นจะมีผลอะไรมาก ผู้ล่าจะอิ่มท้องไปอีกหลายวันจากการล่าวิลเดอร์บิสท์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผู้ถูกล่า และประเทศผู้ล่าก็ไม่ต่างจากบิลเดอร์บิสท์ ผู้ถูกล่าและสิงโตผู้ล่ามากนัก เรือนไทยเป็นผู้ถูกล่าจะเรียนรู้ที่จะป้องกันความเสียหายหรือความสูญเสียจากการถูกล่าได้มากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ต้องคิด ต้องใช้สติปัญญา ประชาธิปไตยที่สร้างความแตกแยก สร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างคนที่กร่างเห็นแก่ตัวเป็นกับดักให้เรือนไทยต้องเป็นผู้ถูกล่าตลอดกาล ---------------------------------------------------------------- 5. เรือนไทยในทุ่งรวงทอง ผู้ล่าใช้ระบบประชาธิปไตยบังหน้า เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่มีในโลก ผู้ล่าปกครองด้วยระบอบคณาธิปไตย (Oligarchy) หรือการปกครองด้วยคณะบุคคล แล้วให้นักการเมืองประชาธิปไตยยืนอยู่แถวหน้าเล่นละครลิงหลอกประชาชน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกดีว่าได้เลือกผู้แทน หรือผู้นำประเทศ คณะบุคคลที่เป็นเจ้าของลัทธิล่าอาณานิคม และปกครองโลกในเวลานี้มีเชื้อสายผู้ดีเก่่าของยุโรป และมีการแต่งงานกับราชวงศ์ต่างๆในยุโรป เพื่อที่จะสร้างเครือข่ายอิลิท และรักษาความเป็นชนชั้นปกครองของยุโรปและของโลก นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษจะมีอำนาจหรือบารมีเหนือควีนเอลิซาเบธที่เป็นประมุขของประเทศ และเป็นผู้นำของCommonwealth of Nations ที่ประกอบด้วย53ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาก่อนหรือ? ฝันไปแล้ว อังกฤษยังคงปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ และจารีตประเพณีอยู่ อังกฤษยังคงยิ่งใหญ่เหมือนเดิม โดยคุมอเมริกาอีกต่อหนึ่งผ่านเครือข่ายที่ได้วางเอาไว้ตั้งแต่ก่อตั้งประเทศอเมริกา อเมริกามีอิสระภาพจริงหรือ หรือมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบจริงหรือ ในเมื่อต้องรับคำสั่งจากอังกฤษ? อังกฤษมีความมั่นคง เพราะว่ามีเอกภาพ หน่วยงานต่างๆของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งMI5 หรือMI6 ฝ่ายความมั่นคง การทหาร การเงิน เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศต่างก็รายงานโดยตรงกับราชวงศ์ ทำให้นโยบายจักรวรรดิของอังกฤษสามารถดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายศตวรรษเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคณะบุคคล เมื่อนายหลี เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนมีกำหนดเดินทางไปเยือนอังกฤษเพื่อสานสัมพันธไมตรีในปี 2014 เขายืนยันว่า ต้องได้เข้าเฝ้าควีน ฝ่ายอังกฤษไม่ยอม เพราะว่านายหลีเป็นแค่ระดับนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประธานาธิบดีของจีน แต่นายหลีตอบกลับไปว่า ถ้าไม่ได้เข้าเฝ้าควีน ก็จะยกเลิกการเดินทาง ในที่สุดอังกฤษต้องยอมให้นายหลีมีกำหนดการเข้าเฝ้าควีน แสดงว่านายหลีรู้่ดีว่า ใครที่มีอำนาจหรือบารมีจริงในอังกฤษ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน หันกลับมาดูเรือนไทยไม่มีความมั่นคงเหมือนอังกฤษ ทั้งๆที่เป็นผู้ถูกล่า เพราะว่ามีความพยายามที่จะลดบทบาทของพ่อตั้งแต่2475 หน่วยงานความมั่นคง หรือหน่วยงานสำคัญๆของประเทศไม่ได้รายงานให้พ่อ ไม่รู้เหมือนกันว่ารายงานให้ใคร คนไทยถูกเสี้ยมว่าสถาบันกษัตริย์ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เมื่อสถาบันถูกลดบทบาท แล้วใครดูแลประเทศ? พวกนักการเมืองหรือ? พวกคณะนายทหารหรือ? ปรากฎว่าไม่มีใครดูแลประเทศอย่างจริงๆ เพราะระบบถูกทำลาย ประชาธิปไตยทำให้เรือนไทยอ่อนแอ เพราะว่าผู้นำเลือกตั้งอยู่ได้ไม่นาน ไม่แน่ใจว่าได้รับข้อมูลเรื่องลับที่สำคัญของประเทศมากน้อยเพียงใด ความแตกแยกทำให้เกิดหน่วยงานที่ทำตัวเป็นรัฐอิสระเกิดขึ้น แม้แต่นายกที่มาจากทหารก็ไม่ได้มีอำนาจเด็ดขาดจริง เมื่อโครงสร้างเป็นเช่นนี้ ก็ง่ายสำหรับผู้ล่าที่จะเข้ามาแทรกซึมในเรือนไทย ผู้ล่าอังกฤษมีความเข้มแข็ง ไม่ใช่เพราะประชาธิปไตย แต่เพราะว่าอำนาจภายในมีความเป็นเอกภาพ ขึ้นตรงต่อราชวงศ์ ด้วยเหตุนี้ เรือนไทยจึงทุกลักทุเลมาตลอด เพราะว่าถูกแบ่งแยกและปกครองจากผู้ล่า ที่คอยครอบงำเรือนไทยผ่านหน่วยงานที่ทำตัวเป็นรัฐอิสระต่างๆที่พร้อมให้ความร่วมมือกับผู้ล่า เพราะทำมานาน ทำจนเคยชิน ทำแล้วได้เงิน ได้สิ่งตอบแทน เห็นกงจักรเป็นดอกบัว Credit : Thanong Fanclub
  15. ยอดขายสมาร์ทโฟนไทยปี 2018 หดตัวเหลือ 19.2 ล้านเครื่อง บริษัทวิจัยคานาลิส (Canalys) เปิดตัวเลขผลสำรวจยอดขายสมาร์ทโฟนไทย พบไทยซึ่งเป็นตลาดสมาร์ทโฟนใหญ่อันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังประสบปัญหายอดขายลดลงอีกครั้งในไตรมาส 4 ปี 2018 โดยปลายปีที่ผ่านมา ยอดขายสมาร์ทโฟนไทยลดลง 13.6% จำนวน 4.9 ล้านเครื่อง ทำให้ภาพรวมทั้งปี ไทยมียอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมด 19.2 ล้านเครื่อง ลดลง 8.6% นอกจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่ลดลงต่อเนื่อง การสำรวจยังพบว่าออปโป้ (OPPO) แบรนด์จีนสามารถแซงหน้าซัมซุง (Samsung) เป็นครั้งแรกในตลาดไทย การแซงหน้าของ OPPO นั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไตรมาส 4 ปี 2018 ที่ผ่านมา การสำรวจพบว่า OPPO สามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนในตลาดไทยได้มากกว่า 1.1 ล้านเครื่องครองส่วนแบ่งตลาด 22.2% เหนือกว่า Samsung ที่มีส่วนแบ่งตลาด 21.1% ทั้งหมดนี้ไม่นับมูลค่าราคาเครื่องที่จำหน่าย ในขณะที่หัวเว่ย (Huawei) และวีโว่ (Vivo) ตามติดด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ 13.1% และ 12.7% ตามลำดับ นอกจากนี้ แอปเปิล (Apple) อยู่อันดับที่ 5 ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาด 8.6% ในไตรมาสที่ 4 ถือว่าลดลงมากที่สุดในตาราง การเปลี่ยนแปลงของ 5 อันดับสมาร์ทโฟนไทยเกิดขึ้นเพราะการแข่งขันที่สูงมากกว่าเดิม เนื่องจากมีผู้เล่นรายใหม่หลายแบรนด์อย่างเช่น เสียวหมี่ (Xiaomi), ออเนอร์ (Honor), ลาวา (Lava) และวีโก้ (Wiko) ได้เข้าสู่ตลาดอย่างจริงจังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จุดนี้ Canalys วิเคราะห์ว่าความต้องการสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคไม่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของตลาดไทย เห็นได้ชัดจากการที่ไม่ว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะเสนอส่วนลดที่น่าดึงดูดเพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคเพียงใด แต่ผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนนับล้านคนในพื้นที่ชนบทก็ยังคงไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน นอกจากนี้ ระยะเวลาในการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคยังถูกยืดออกให้นานขึ้นด้วย ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะเป็นบวกหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยปรับปรุงแนวโน้มธุรกิจของผู้ประกอบการรายใหญ่และกระตุ้นการลงทุนจากผู้ขายโทรศัพท์มือถือในต่างประเทศ ทำให้ Canalys คาดว่าการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนไทยในปีนี้จะกลับมาเป็นบวก โดยเติบโตที่ 4.1% แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดตัว 5G รูปแบบสมาร์ทโฟนและอาจกินเวลานานไปจนปลายปี 2020 แต่ผู้ประกอบการหลายแห่งก็เริ่มทำการตลาด 5G เพื่อเรียกความสนใจของผู้บริโภค ทั้งหมดนี้จะมีความสำคัญต่อความต้องการของผู้บริโภคที่จะฟื้นตัวในช่วงปลายปี สำหรับ OPPO การสำรวจพบว่าแบรนด์จีนดาวรุ่งมีอัตราการเติบโตเกือบ 70% ในไตรมาสปลายปี 2018 ส่วนใหญ่มาจากรุ่น A3, F7 และ F9 ซึ่งมียอดขายเกือบ 2 ใน 3 ทีเดียว ความสำเร็จนี้มาจากการที่ประเทศไทยถูกยกเป็นหนึ่งในประเทศที่ OPPO ให้ความสำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีการลงทุนมูลค่าสูงเพื่อการสร้างแบรนด์และการบริการอย่างจริงจังตลอด 5 ปีหลังสุด ในขณะที่ Samsung ตกจากอันดับที่ 1 มาเป็นอันดับที่ 2 ในไตรมาสนี้ ยอดขายที่ทำได้ราว 1 ล้านเครื่องลดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 36.1% เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Samsung ตกจากอันดับในไตรมาสนี้คือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตระกูล J และ A series ล่าช้ากว่าที่คาด นอกจากนี้ Samsung ยังมีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่มีความเสี่ยงในตลาดกลุ่ม High end ที่เป็นเครื่องราคาสูง จุดนี้เป็นความท้าทายที่ทำให้ Samsung พ่าย OPPO ในแง่ของจำนวนเครื่องที่ขายได้ ด้าน Huawei นั้นถือว่าความสำเร็จในไตรมาสที่ผ่านมาคือการก้าวข้าม Vivo และกลายเป็นแบรนด์อันดับ 3 ได้สำเร็จด้วยยอดขาย 645,000 เครื่องในไทย เติบโตถึง 73.4% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Low-end อย่าง Y series และ Nova 3 ซึ่งทำให้ยอดขายโตขึ้นต่อเนื่องใน 3 ไตรมาส นอกจากนี้ ความนิยมของแบรนด์ Honor ที่เพิ่มมากขึ้นยังเสริมให้ Huawei ทวีความยิ่งใหญ่ขึ้น จึงมีแนวโน้ม Huawei จะผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้มากขึ้นเกิน 100,000 เครื่องต่อไตรมาส ทำให้ Huawei สามารถเจาะตลาดได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ต้องการบุกตลาดไทย. ที่มา:
  16. หลังปีที่แล้วประกาศฟรีพรีเมียมในวันวาเลนไทน์ ล่าสุดปีนี้ Pornhub ประกาศแจกฟรีพรีเมียมในวันวาเลนไทน์ต่อเนื่องอีกปีแล้ว ตัวเลขยอดใช้งานช่วงวาเลนไทน์ปีที่แล้วทาง Pornhub ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา แต่ตัวเลขทราฟฟิคของปี 2017 ที่แจกฟรีพรีเมียมเหมือนกันเพิ่มขึ้นเฉลี่ยทั่วโลกถึง 308% เมื่อเทียบกับก่อนและหลังวาเลนไทน์ ที่มา - @Pornhub
  17. เบาหวานชนิดที่ 1 คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปรกติ (ค่าปรกติ 70-110 มก./ดล.) อันเนื่องมาจากการที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินขึ้นมาเองได้ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จึงต้องเครียดการเจ็บตัวทุกวันจากการที่ต้องรับอินซูลินเข้าสู่ร่างกายด้วยการฉีด ในความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยทุกคนก็คงไม่อยากฉีดยาอย่างแน่นอนหากยานั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายด้วยการรับประทานได้ แต่สำหรับอินซูลินนั้นกลับเป็นไปไม่ได้เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของเราจะทำลายฮอร์โมนชนิดนี้จนหมดสิ้นหากรับประทานเข้าไปโดยวิธีปกติ เพื่อเอาชนะความท้าทายนี้ ทีมนักวิจัยระดับนานาชาติจากสหรัฐอเมริกาเดนมาร์กและสวีเดนได้พัฒนาวิธีการใหม่ในการนำอินซูลินเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย นั่นก็คือ การ “ฉีดอินซูลิน ด้วยการรับประทาน” ซึ่งฟังดูแล้วขัดแย้งอย่างยิ่ง แต่กลับกลายเป็นวิธีที่ดูเหมือนจะได้ผลและผ่านการทดลองในสัตว์ใหญ่ (สุกร) มาแล้วเป็นอย่างดี วิธีการ “ฉีดอินซูลิน ด้วยการรับประทาน” นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะกระดองของเต่าเสือดาวแอฟริกา ที่สามารถหมุนตัวกลับมาตั้งตั้งได้หากถูกจับพลิกหงายท้อง ทีมนักวิจัยออกแบบระบบฉีดยาอัตโนมัติขนาดจิ๋วที่มีรูปทรงด้านหนึ่งโค้งเหมือนกระดองเต่าเสือดาว อีกด้านเป็นเข็สฉีดยาขนาดเล็ก ระบบฉีดยาอัตโนมัติขนาดจิ๋วนี้จะถูกบรรจุไว้ในแคปซูลยาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลืนลงคอได้สะดวก เมื่อแคปซูลตกถึงกระเพาะมันจะละลายหายไป จากนั้นระบบฉีดยาอัตโนมัติขนาดจิ๋วที่มีรูปร่างเหมือนเต่าจะกลิ้งออกมา (ดูคลิปด้านบน) เมื่อมันหันด้านเรียบเข้าหาเนื้อเยื่อกระเพาะแล้วมันก็จะฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายของผู้ปวยโดยอัตโนมัติ และเมื่อมันทำหน้าที่เสร็จก็จะหลุดออกจากการยึดเกาะ ไหลออกจากร่างกายผ่านทางลำไส้ปะปนออกมากับระบบขับถ่ายตามปกติ ขณะที่ระบบฉีดยาจิ๋วกำลังทำงาน ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะผนังกระเพาะอาหารไม่มีประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ปลายเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วนี้ทำจากอินซูลินที่ถูกบีบอัดโดยใช้กระบวนการเดียวกับที่ใช้ในการสร้างยาเม็ด จากการทดลองล่าสุดยมันสามารถนำปริมาณอินซูลินเข้าสู่ร่างกายได้ 300 ไมโครกรัม ในระบบต้นแบบ ซึ่งทางทีมกำลังหาทางทำให้วิธีการนี้สำามารถนำอินซูลินสู่ร่างกายในปริมาณที่มากขึ้นอีก เป้าหมายที่ 5 มิลลิกรัมเพื่อให้พอใช้กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย ผลการวิจัยนี้ ตีพิมพ์ลงในวารสาร sciencemag.org เรียบเรียงโดย @MrVop
  18. รถยนต์ไฟฟ้ายังแพงหูฉี่ แต่ไม่ต้องห่วงปลายปีนี้คนไทยจะได้นั่งเรือไฟฟ้าที่ล่องบนแม่น้ำเจ้าพระยากันแล้ว EA จับมือกรมเจ้าท่าเปิดตัวเรือไฟฟ้าใช้รับส่งผู้โดยสารบนแม่น้ำเจ้าพระยา อมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA บอกว่า ทางบริษัทร่วมมือกับกรมเจ้าท่าสร้างเรือไฟฟ้าต้นแบบเตรียมเปิดให้บริการประชาชนในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงปลายปี 2562 โดยจะให้บริการรับส่งผู้โดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าน้ำนนทบุรี ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร (ใช้เวลาน้อยกว่า 40 นาที) โครงการดังกล่าวจะสร้างเรือไฟฟ้ารวม 54 ลำ มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยเรือไฟฟ้าจะใช้แบตเตอรี่ขนาด 800 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถเติมไฟฟ้าจากเครื่องชาร์จ EA Anywhere ทั้งนี้ตัวเรือไฟฟ้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย กลุ่ม EA อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งหมด ทั้งนี้จุดเด่นของเรือไฟฟ้าได้แก่ เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสาร เช่น เรือติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ออกแบบให้ปลอดภัย เรือโคลงเคลงน้อยลง ฯลฯ ประหยัดพลังงานเพราะใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ลดปัญหามลพิษ เช่น ไม่ก่อให้เกิด PM2.5 ที่มา Efinancethai
  19. มีรายงานตั้งแต่เมื่อวานว่าบัญชี Instagram จำนวนมาก พบว่าจำนวนผู้ติดตามหรือ Follower มีจำนวนลดลง โดยเฉพาะในบัญชีของบุคคลมีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามสูง จะเห็นตัวเลขที่ลดลงระดับหลายหมื่นหรือหลายแสน ส่วน Ariana Grande กับ Selena Gomez นั้นพบว่าลดลงเป็นหลักล้านเลย Instagram ทวีตชี้แจงว่ารับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และกำลังตรวจสอบแก้ไขโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ก่อนที่ Instagram จะออกมาบอกว่ามีปัญหา ก็มีการคาดเดาว่า Instagram น่าจะมีการลบบัญชีสแปมและบัญชีปลอมต่าง ๆ ออกไป ซึ่ง Instagram เคยบอกก่อนหน้านี้แล้วว่าจะทยอยลบเพื่อปรับปรุงคุณภาพชุมชน แต่เมื่อระบุว่ามีปัญหา แถมยังมาต่อเนื่องจากปัญหาตัวเลข Retweet ของ Twitter เมื่อวานนี้เช่นกัน ก็ต้องรอดูอัพเดตจาก Instagram กันต่อไป ที่มา: The Verge
  20. ลองญี่ปุ่นเป็นไทย ไม่มี มีแต่ญี่ปุ่นเป็น อักฤษ จีน
  21. เปิดตัว “แจ่มจรัส” เอเยนซี่น้องใหม่ในเครือ YDM Thailand วางจุดยืนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภูธร มาร์เก็ตติ้ง หรือจับตลาดต่างจังหวัดโดยตรง ผนึกค่ายเพลง RMS ดึงศิลปินเป็น Influencer สื่อสารกับผู้บริโภค ทำไมต้องภูธร มาร์เก็ตติ้ง เป็นที่พูดถึงกันมาหลายปีแล้วในเรื่องของการทำการตลาดยุคนี้ไม่สามารถทำในรูปแบบเดิมๆ ได้อีกต่อไป อะไรที่เคยทำแบบแมสๆ แล้วประสบความสำเร็จก็คงจะไม่ได้ ยุคนี้ต้องเจาะตามกลุ่มเป้าหมายเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคมีความแตกต่างกัน และเมื่อพูดถึงการตลาดดิจิทัล หรือการทำการตลาดออนไลน์หลายคนก็จะนึกถึงแต่ตลาดในเมืองในกรุงเทพฯเพราะมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตสูง แต่จริงๆ แล้วคนต่างจังหวัดก็มีพฤติกรรมดิจิทัลไม่ต่างจากคนเมืองแล้วในยุคนี้ ทำให้ยุคนี้แบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับคนต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะเป็นตลาดใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เมื่อดูสถิติแล้วประชากรไทยมีทั้งหมด 65 ล้านคน เป็นคนต่างจังหวัดถึง 84% อาศัยอยู่ภาคอิสานมากที่สุด 21 ล้านคน รองลงมาคือภาคกลาง 17 ล้านคน ภาคเหนือ 11 ล้านคน และภาคใต้ 9 ล้านคน ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีเม็ดเงินสะพัดกว่า307,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 60% ของการจับจ่ายใช้สอยทั้งประเทศ พฤติกรรมการใช้จ่ายก็สูงขึ้น จากผลสำรวจพบว่ามีการใช้จ่ายในไฮเปอร์มาร์เก้ตเฉลี่ย 1,299 บาท ต่อครั้ง มีความถี่ในการเข้าร้าน 3 ครั้ง/เดือน และมีการใช้จ่ายในเซเว่นฯ 169 บาท/ครั้ง แต่การบุกตลาดต่างจังหวัดก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป เพราะในแต่ละพื้นที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ต้องรู้อินไซต์ของคนแต่ละท้องถิ่น มีพฤติกรรมที่แตกต่างจากคนเมือง ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด บอกว่า “ตลาดภูธร หรือตลาดต่างจงหวัดเป็นตลาดใหญ่ และครงเม็ดเงินการจับจ่ายใช้สอยของประมาศมากกว่า 60% แต่ไม่ใช่ทุกแบรนด์จะเข้าถึงได้ เพราะคนต่างจังหวัดมีพฤติกรรมในการเข้าถึงสื่อ และใช้สื่อที่แตกต่างกัน แบรนด์จึงต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมอย่างลึกซึ้ง” ส่ง “แจ่มจรัส” เอเยนซี่พันธุ์ไทยแท้ลุยตลาดภูธร YDM Thailand เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในเครือ Yello Digital Marketing (YDM) จากประเทศเกาหลีใต้ ได้เปิดตัว “แจ่มจรัส” เป็นเอเยนซี่น้องใหม่สัญชาติไทยแท้ เพื่อทำการเจาะตลาดต่างจังหวัดโดยเฉพาะ เน้นการทำการตลาดดิจิทัล เหตุผลที่ได้ก่อตั้งแจ่มจรัสขึ้นมาก็เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดต่างจังหวัดตอนนี้มีพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ไม่ต่างจากคนกรุงเทพแล้ว ซึ่งพฤติกรรมคนต่างจังหวัดมีเซ็กเมนต์ที่ชัดเจน การสื่อสารกับคนต่างจังหวัดในยุคก่อนจะนิยมในโทรทัศน์ และรถแห่เท่านั้น แต่ตอนนี้พบว่าคนดูทีวีน้อยลง เสพโปรแกรมน้อยลง แต่เสพคอนเทนต์ใยโลกออนไลน์มากขึ้น คนต่างจังหวัดชอบคอนเทนต์แนวสนุกสนาน เพราะอยู่กับความเครียดมาตลอดกังวลเรื่องการทำเกษตรกรรม เช่น ปีนี้จะมีฝนมั้ย จะแล้งมั้ย จึงชอบอะไรก็ได้ที่สร้างความบันเทิง ตลก ล้อเลียน สองแง่สองง่าม จีบสาว มีความรัก ชอบเพลงที่รักเดียวใจเดียว แจ่มจรัสจึงเป็นเหมือนเอเยนซี่ที่มีความเข้าใจพฤติกรรมของตลาดภูธรในแต่ละท้องถิ่น เบื้องต้นจะอาศัยฐานลูกค้าเก่าของ YDM Thailand ก่อน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้ากาแฟ ไอศกรีม และสินเชื่อ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายใหญ่ 80% และลูกค้า SME 20% ร่วมทุนค่ายเพลง RMS ใช้ศิลปินเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค แต่การที่จะเจาะตลาดต่างจังหวัดจำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในตลาด YDM Thailand จึงเลือกผนึกกำลังกับบริษัท อาร์เอสเอ็ม สตูดิโอ แอนด์ มัลติมีเดีย จำกัด หรือ RMS เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงลุกทุ่งรายใหญ่ แจ่มจรัสมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีสัดส่วนการถือหุ้นแบ่งเป็น YDM Thailand 45% RMS 45% และผู้บริหารอีก 10% เหตุผลที่ต้องร่วมมือกับ RMS ก็เพราะว่าต้องการอาศัยความเชี่ยวชาญในการเจาะตลาดต่างจังหวัด และอาศัยคอนเน็คชั่นของศิลปิน ซึ่ง RMS ทำธุรกิจเพลงมากว่า 40 ปี มีลิขสิทธิ์เพลงกว่า 30,000 เพลง มีศิลปินในสังกัดกว่า 200 ราย รูปแบบการทำตลาดจะใช้ออนไลน์เป็นหลัก ในศิลปินในเครือเป้นเหมือน Influencer ในการช่วยแบรนด์โปรโมทสินค้า โพสท์สินค้าลงโซเชียลมีเดีย มีโฆษณา หรือหนังสั้นด้วย โดยจะแบ่งสัดส่วนการทำการตลาดออนไลน์ 80% และออนกราวนด์ 20% เป็นพวกคอนเสิร์ต อีเวนต์ต่างๆ “ในอดีตมีแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มีเงินมากเท่านั้นที่จะเข้าถึงตลาดภูธรได้ โดยการใช้สื่อโฆษณาในโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ มีการทำคอนเทนต์เพียงชุดเดียวแล้วใช้ในทุกสื่อ ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ความ้ตองการของผู้บริโภคในยุคนี้ได้แล้ว เพระาผู้บริโภคแต่ละที่มีความต้องการแตกต่างกัน ไลฟ์สไตล์ต่างกัน ต้องทำคอนเทนต์ให้หลากหลาย เจาะตามกลุ่มเป้าหมายถึงจะประสบความสำเร็จ” สรุป แจ่มจรัสถือเป็นเอเยนซี่รายแรกๆ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าเจาะตลาดต่างจังหวัดโดยเฉพาะ เป็นตลาดที่น่าสนใจ เป็นตลาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งแบรนด์ก็ให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ตลาดนี้ก็มีไลฟ์สไตล์มีความต้องการที่แตกต่างออกไป จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจพฤติกรรมจริงๆ เรียกว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญในวงการเอเยนซี่
  22. ปัจจุบันโทรทัศน์ความละเอียด 8K หรือ TV 8K นั้นยังมีราคาค่อนข้างสูง และเป็นที่นิยมในคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ Samsung กลับเชื่อว่านับตั้งแต่ปีนี้ ยอดขาย TV 8K จะเพิ่มขึ้น และเริ่มได้รับความนิยมในวงกว้าง โทรทัศน์ความละเอียด 8K ของ Samsung โตสวนนักวิเคราะห์คาดการณ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่า Samsung คือหนึ่งในแบรนด์ผู้นำเรื่องโทรทัศน์ ผ่านการส่ง TV รุ่นที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา แถมเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำของภาพรวมตลาดโทรทัศน์ทั่วโลก ดังนั้นเมื่ออยู่ในกลุ่มผู้นำ การส่งอะไรใหม่ๆ ออกมาก็จำเป็นเพื่อทำให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง TV 8K ก็คือหนึ่งในนั้น แต่ด้วยเมื่อเดือนม.ค. บริษัทวิจัย IHS Markit ได้ปรับการคาดการณ์ตลาดโทรทัศน์ความละเอียด 8K ว่าจะเติบโตช้ากว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยเหลือยอดขายทั่วโลกราว 3.38 แสนเครื่อง จาก 4.30 แสนเครื่องในปีนี้ เพราะตัวราคาของ TV 8K ยังสูงอยู่ จึงแพร่หลายเหมือนกับความละเอียด 4K ได้ยาก และยังมีเนื้อหารองรับน้อย อย่างไรก็ตาม Han Jong-Hee ประธานธุรกิจ Visual Display ของ Samsung กลับมองว่า TV 8K จะเติบโตอย่างดีในปีนี้ และจะเริ่มเป็นที่นิยมได้เร็วกว่าที่ TV 4K เคยทำได้ ผ่านการใช้เวลา 5 ปีนับจากเปิดตัวเพื่อกินสัดส่วนการจำหน่าย 60% ของโทรทัศน์ทั่วโลก โดยปีนี้บริษัทเตรียมเปิดตัว 6 รุ่นขนาดตั้งแต่ 55-98 นิ้ว เพิ่มเติม ทั้งนี้ตัวโทรทัศน์แบบ 8K นั้นมีพิกเซลที่มากกว่า 4K ถึง 4 เท่าตัว และ 16 เท่าตัวเมื่อเทียบกับโทรทัศน์แบบ Full HD ทำให้การแสดงภาพนั้นชัดเจนทั้งเรื่องสี และความสมจริง โดยทาง Samsung มีแผนทำตลาดโทรทัศน์ความละเอียด 8K แบบ QLED ใน 60 ประเทศภายในปีนี้ หลังเริ่มในเกาหลีใต้, สหรัฐอเมิรกา และยุโรปเมื่อสิ้นปี 2561 ขณะเดียวกัน Samsung เตรียมติดตั้ง Quantum Processor 8K เข้าไปในโทรทัศน์รุ่นใหม่ด้วย ทำให้โทรทัศน์สามารถแสดงภาพที่มีความละเอียดต่ำกว่า 8K ให้แสดงภาพที่ใกล้เคียงกับความละเอียด 8K ได้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการไม่มีเนื้อหาที่รองรับมากนักในตอนนี้ ขณะเดียวกันโทรทัศน์แบรนด์อื่นๆ ก็สนใจทำตลาดนี้เช่นกัน สรุป TV 8K ยังมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างเกินความต้องการในตอนนี้อยู่ ประกอบกับราคาที่ค่อนข้างสูงทำให้การจำหน่ายนั้นค่อนข้างยาก แต่หากต้นทุนทางเทคโนโลยีถูกลง และมีเนื้อหารองรับมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ TV 8K จะเป็นที่นิยมได้เหมือนกับ 4K ที่ใช้เวลาเพียง 5 ปีได้เช่นเดียวกัน อ้างอิง : Korea Times
  23. LINE เปิดตัวฟีเจอร์ OCR แปลงรูปเป็นข้อความ สำหรับ LINE บนพีซีไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยรองรับเฉพาะภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ล่าสุดฟีเจอร์นี้รองรับภาษาอื่นๆ เพิ่มเติมแล้วได้แก่อังกฤษ, ไทย, จีน, เกาหลีและอินโด โดยตัวเลือกเพื่อแปลงข้อความจะสามารถกดเลือกได้จาก 3 จุดคือคลิ๊กขวาที่ภาพ, ตัวเลือกด้านล่างขวาเมื่อกดดูรูปภาพบนหน้าต่างใหม่ และเมื่อกดใช้ Capture Tool จะมีตัวเลือกแปลงเป็นข้อความเพิ่มเข้ามาให้ด้วย ที่มา - Facebook: Jirawat Karanwittayakarn
  24. พอมเพโอลุยล้างอิทธิพลจีน-รัสเซีย บีบยุโรปเลือกข้างมะกัน-ทิ้งหัวเว่ย เอเจนซีส์ – พอมเพโอขู่วอชิงตันอาจต้องลดระดับปฏิบัติการในบางประเทศในยุโรปลง บีบพันธมิตรให้เลือกระหว่างอเมริกากับหัวเว่ย ตอกย้ำความกังวลของสหรัฐฯ ที่มีต่อบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศแดนอินทรียังคาดหวังแก้ไขทศวรรษแห่งการปล่อยปละยุโรปกลางจนเกิดเป็นสุญญากาศให้รัสเซียและจีนเข้าไปแผ่ขยายอิทธิพล เมื่อวันจันทร์ (11 ก.พ.) ที่บูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการี ซึ่งเป็นประเทศแรกในการเดินทางเยือน 5 ชาติในยุโรป ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้หยิบยกข้อกังวลของอเมริกาเกี่ยวกับการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนและรัสเซียในยุโรปกลางขึ้นมาพูดอีกครั้ง โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เลือกระหว่าง หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลก กับอเมริกา ซึ่งมีการตอกย้ำชัดเจนในฮังการี พันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ที่อ้าแขนรับหัวเว่ยเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด พอมเพโอกล่าวว่า ฮังการีต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่อเมริกาต้องการแบ่งปันก็คือ ความเสี่ยงจากการติดตั้งระบบของหัวเว่ยในเครือข่ายสื่อสาร ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อการปกป้องความเป็นส่วนตัวของประชาชน และความเสี่ยงที่จีนจะอาศัยโอกาสนี้แสวงหาผลประโยชน์จากฮังการี ทั้งนี้ อเมริกาและพันธมิตรตะวันตกเชื่อว่า อุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจถูกทางการจีนใช้เป็นเครื่องมือในการสอดแนม วอชิงตันนั้นเป็นกังวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการขยายตัวของหัวเว่ยในฮังการีและโปแลนด์ และพยายามย้ำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีสื่อสารของจีนขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายระบบ 5จี พอมเพโอสำทับว่า การติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานระบบสื่อสารของจีนอาจทำให้เกิดความไม่สอดคล้องทางเทคนิคระหว่างอเมริกากับพันธมิตรบางชาติ ส่งผลให้อเมริกาไม่สามารถร่วมมือใกล้ชิดกับประเทศดังกล่าวได้ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ เสริมว่า ได้หยิบยกเรื่องนี้หารือกับปีเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการี รวมทั้งจะหารือกับวิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีที่มีแนวทางชาตินิยมของฮังการีที่ถูกวิจารณ์เกี่ยวกับการพยายามกระชับมิตรกับรัสเซียและจีน และการขยายอำนาจเผด็จการภายในประเทศ เพื่อกดดันให้ฮังการีเลือกข้าง วอชิงตันเฝ้ากล่าวหาปักกิ่งว่า ใช้เทคโนโลยีเพื่อขโมยความลับทางการค้า ซึ่งถูกจีนตอบโต้ว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิงและเป็นแค่ความพยายามของอเมริกาในการยับยั้งคู่แข่งที่กำลังผงาดขึ้นมาท้าทาย ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับพอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการียอมรับว่า หัวเว่ยทำธุรกิจในฮังการีแต่ไม่ถึงขั้นเป็นผู้นำในตลาด พร้อมย้ำว่า การค้าของฮังการีมีสัดส่วนแค่ 1.2% ของการค้าระหว่างอียูกับจีน จึงไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อพันธมิตรแต่อย่างใด พอมเพโอยังเตรียมนำคำเตือนเกี่ยวกับหัวเว่ยไปบอกกล่าวกับสโลวาเกียในวันอังคาร (12 ก.พ.) ก่อนมุ่งหน้าสู่โปแลนด์ ซึ่งเขาจะร่วมประชุมว่าด้วยอนาคตของตะวันออกกลางที่คาดว่า จะโฟกัสที่อิหร่าน และปิดฉากการเยือนด้วยการแวะเบลเยียมและไอซ์แลนด์ในระยะเวลาสั้นๆ พอมเพโอแสดงความหวังที่จะแก้ไขทศวรรษแห่งการปล่อยปละยุโรปกลางจนเกิดเป็นสุญญากาศให้รัสเซียและจีนเข้าไปแผ่ขยายอิทธิพลและแสวงหาผลประโยชน์ โดยบอกว่า ต้องไม่ปล่อยให้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เสี้ยมให้เกิดความแตกแยกระหว่างประเทศพันธมิตรในนาโต และยังเตือนถึงอันตรายจากการปล่อยให้จีนเข้าไปยึดหัวหาดในฮังการี ที่ผ่านมาคณะบริหารของทรัมป์พยายามอย่างจริงจังในการเข้าหาออร์บาน ที่มีจุดยืนแข็งกร้าวในการจำกัดคนเข้าเมือง และใช้มาตรการอำนาจนิยมปราบปรามผู้ต่อต้าน สหภาพแรงงาน รวมทั้งสื่อและองค์กรนักวิชาการอิสระเช่นเดียวกับทรัมป์ พอมเพโอระบุว่า ความสัมพันธ์ที่เสื่อมถอยเป็นผลจากการที่อเมริกาไม่มีการเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับฮังการี โดยเฉพาะในยุคอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ที่ปลีกตัวจากออร์บานที่ชนะการเลือกตั้งสมัยที่สามติดต่อกันเมื่อปีที่แล้วจากการชูโนบายต่อต้านคนเข้าเมือง แต่ปัจจุบันนโยบายของผู้นำฮังการีกำลังเผชิญการประท้วงและสร้างความกังวลอย่างลึกซึ้งภายในอียู โดย: ผู้จัดการออนไลน์
  25. ไทยกับสงครามเย็นทางเทคโนโลยี เปิดฉากสำรวจ “เล้าไก่” ในบ้านเราไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว...และเมื่อฉากสถานการณ์โดยรวม ดูๆ น่าจะหวนกลับคืนสู่ “ความปกติ” หรือ “ไม่ปกติอย่างเป็นปกติ” ก็แล้วแต่ ก็น่าได้เวลาร่อนไป-ร่อนมา เปิดเล้าออกไปท่องโลกกันอีกสักเที่ยว โดยจะลองไปสำรวจตรวจสอบกันดูซิว่า...สิ่งที่เรียกๆ กันว่า “สงครามการค้า” ระหว่างคุณพ่ออเมริกากับคุณพี่จีน ที่ว่ากันว่าน่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของโลกทั้งโลก แม้แต่ไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา มาถึง ณ ขณะนี้ มันไปถึงไหนต่อไหนกันมั่งแล้ว... คือถ้าว่ากันโดยเนื้อแท้ หรือโดย “เนื้อหา” ไม่ใช่แค่ “รูปแบบ”...การไล่บด ไล่บี้ ในทางเศรษฐกิจ การค้า ระหว่างคุณพ่ออเมริกากับคุณพี่จีนในช่วงระหว่างนี้ คงไม่น่าจะใช้คำว่า “สงครามการค้า” อีกต่อไปแล้ว เพราะมันแทบไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องใครซื้อ-ใครขายถั่วเหลือง ข้าวโพด ฯลฯ ใครขาดดุลการค้า-ได้ดุลการค้าระหว่างกันและกันมาก-น้อยเพียงใด ดังนั้น...แม้จะเกิดการเจรจาเพื่อหาข้อยุติกันในแบบไหน แนวไหน ระหว่างทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายที่อุตส่าห์เสียเหงื่อ เสียแรง เสียน้ำลาย เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ กันรอบแล้ว-รอบเล่า และอาจหา “จุดลงตัว” กันได้ในแต่ละระดับ แต่เมื่อโดยเนื้อแท้ หรือเนื้อหาของการไล่บด ไล่บี้ ทางการค้าระหว่างคุณพ่ออเมริกากับคุณพี่จีน ไม่ว่าเท่าที่ผ่านมา จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ ไปจนกระทั่งอนาคตเบื้องหน้า อาจต้องใช้คำว่า “สงครามเย็นทางเทคโนโลยี” นั่นแหละ น่าจะเหมาะกว่า การหาข้อยุติ หาจุดลงตัวในเรื่องนี้ นอกจากจะเป็นอะไรที่ “ไม่ง่าย” แล้ว โดยลักษณะลีลา มันน่าจะหนักไปทางมีแต่ “ยากส์ส์ส์...กับ...ยากส์ส์ส์” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ... หรือสรุปง่ายๆ ว่า...ด้วยเหตุเพราะไอ้สิ่งที่เรียกว่า “5G” นั่นแหละเป็นหลัก หรือด้วยเหตุเพราะระบบเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด หรือรุ่นที่ 5 (5th Generation of Cellular Mobile Communications) ที่ว่ากันว่า...มันไปเร็ว-มาเร็วยิ่งกว่ารุ่นเดิมๆ หรือรุ่น “4G” ไม่น้อยกว่า 20 เท่า แถมยังแผ่ซ่านครอบคลุมไปถึงกิจกรรมกิจการต่างๆ ไม่ว่าการผลิตของหุ่นยนต์อัตโนมัติในโรงงาน การขับรถ-ขับราบนท้องถนน การรักษาพยาบาลคนไข้ตามโรงพยาบาล การซื้อของชอปปิ้งในร้านค้าแต่ละร้าน การศึกษา สำรวจ ไปจนถึงการใช้พลังงาน ฯลฯ ที่ไอ้เทคโนโลยีตัวนี้นี่แหละมันจะเข้ามา “ปรับเปลี่ยน” ทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมด ชนิดกลายเป็นตัว “Disruptive” ไล่เตะ ไล่ถีบ ใครก็ตามที่ยังอยู่ในระบบเทคโนโลยีเดิมๆ ระดับต้อง “ตกหลังเขา” เอาง่ายๆ สามารถสร้างมูลค่าการตลาดภายในทศวรรษข้างหน้า หรือภายในปี ค.ศ. 2035 ได้ถึง 12.3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย สร้างห่วงโซ่ทางธุรกิจอีกไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างงานอีกไม่น้อยกว่า 22 ล้านตำแหน่ง สร้างเม็ดเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา และจะเป็นตัวทำให้ “จีดีพีโลก” สามารถโตได้แบบต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 ไปจนถึงปี 2035 ชนิดหัวไม่ตกเอาง่ายๆ ฯลฯ ฯลฯ... โดยเฉพาะเมื่อคุณพี่จีน...ท่านดันมาแรง แซงโค้ง เป็นฝ่ายออกสตาร์ทนำหน้าในเทคโนโลยีตัวนี้ ภายใต้อิทธิพลบารมีของบริษัทผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมอันดับ 1 ของโลก และบริษัทสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลก อย่างบริษัท “หัวเว่ย” (Huawei) เขานั่นแหละ ที่ตามข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสื่อสารของจีน คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะส่งผลให้เกิดกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจีนไม่น้อยกว่า 6.3 ล้านล้านหยวน หรือเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ (927,000 ล้านดอลลาร์) ภายในปี ค.ศ. 2030 สร้างตำแหน่งงานให้กับชาวจีนไม่น้อยกว่า 8 ล้านตำแหน่ง ฯลฯ และที่สำคัญสุดก็คือ น่าจะทำให้ประเทศจีนกลายเป็น “Manufacturing Superpower” หรือเป็น“มหาอำนาจสูงสุดแห่งการผลิตสินค้านวัตกรรม” ตามแผนการ โครงการทางยุทธศาสตร์ ที่นายกรัฐมนตรี “หลี่ เค่อเฉียง” (Li Keqiang) ท่านได้ประกาศเอาไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ว่าคือแผนการที่จะเจาะทะลวงท้าทาย “การผูกขาด” ด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสหรัฐฯ โดยอาศัยความก้าวหน้าในระบบเทคโนโลยี 5G ของจีน อันเป็นที่รู้จักและเรียกขานกันในนาม “Made in China 2025” นั่นแล... ด้วยเหตุนี้...การหาทาง “เตะตัดขา” หรือบางครั้ง บางคราถึงขั้น “ยกตีนลูบหน้า” เอาดื้อๆ ของคุณพ่ออเมริกาต่อบริษัทจีน อย่างบริษัท“หัวเว่ย” ไปจนถึง “ZTE” นั้น ก็จึงกลายมาเป็น “เนื้อแท้” ของสงครามการค้าคราวนี้ ที่อาจต้องเรียกว่า “สงครามเย็นทางเทคโนโลยี”นั่นแหละ น่าจะเหมาะกว่า เพราะมันเกิดการขยายขอบเขตการเตะตัดขา การหามิตร หาพวก ให้ช่วยไล่เตะ ไล่ถีบให้ร่วมมือต่อต้านสร้างอุปสรรคกีดขวางให้กับระบบเทคโนโลยี 5G ของบริษัทหัวเว่ยแพร่กระจายไปในระดับภูมิภาคต่างๆ หรือระดับโลกเอาเลยก็ว่าได้ ไล่มาตั้งแต่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น แคนาดา ฯลฯ ลามไปถึงยุโรปที่ยังอึกๆ อักๆ กั๊กไป-กั๊กมา หาข้อยุติ หาจุดลงตัวแทบไม่ได้ กันเป็นประเทศๆ เอาเลยก็ว่าได้... อังกฤษนั้น...หันไปใช้วิธีสร้างความรำคาญให้กับ “หัวเว่ย” ด้วยการสอบสวนรายละเอียดของเทคโนโลยีชนิดนี้แบบคราวแล้ว คราวเล่า แม้ได้รับการประกันค่า “ความเสี่ยงทางเทคโนโลยี” เป็นเงินก้อนใหญ่ ส่วนฝรั่งเศสที่มีศูนย์วิจัยของ “หัวเว่ย” ตั้งเด่นเป็นสง่ามานานแล้ว ก็ยังย้วยไป-ย้วยมา ไม่รู้ว่าจะออกลูกไหน ระหว่างการไหลตามอเมริกา หรือตามการลงทุนของจีน สำหรับโปแลนด์แม้จะเคยประกาศว่าเทคโนโลยี 5G ของ “หัวเว่ย” ไม่น่าจะมีปัญหา แต่การหันมาไล่จับผู้อำนวยการท้องถิ่นของบริษัท “หัวเว่ย” ข้อหา “สายลับ” ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็แทบไม่ต่างอะไรไปจากแคนาดา ที่ตัดสินใจรวบตัวลูกสาวประธานบริษัท “หัวเว่ย” “นางเมิ่ง หว่านโจว” (Meng Wanzhou) คาสนามบิน และยังหาข้อสรุปไม่ว่าทางการเมือง หรือกฎหมายไม่ได้จนตราบเท่าทุกวันนี้ สำหรับเยอรมนีและอิตาลี ออกจะกล้าขึ้นมาหน่อย หรือออกจะ “เป็นตัวของตัวเอง” อยู่พอสมควร โดยเฉพาะภาคเอกชนอย่างสหพันธ์อุตสาหกรรมเยอรมนี (Federation of German Industry-BDI) ที่ผู้นำสหพันธ์อย่าง “นายDieter Kempt” ออกมาให้ความเห็นอย่างตรงไป-ตรงมาว่า “การยินยอมต่อวอชิงตันในการเล่นงานบริษัทหัวเว่ย จะนำอันตรายมาสู่ระบบเศรษฐกิจของเยอรมนี เพราะนอกจากทำให้ทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีชนิดนี้แคบลง ยังอาจส่งผลให้เกิดการตอบโต้จากจีนอีกด้วยก็ได้” ขณะที่ภาครัฐบาล ยังคงต้องจัดประชุมชั่งน้ำหนักผลได้-ผลเสียต่อไปอีกสักพักใหญ่ๆ ส่วนอิตาลี...ข่าวคราวเรื่องรัฐบาลเตรียมประกาศห้ามการใช้อุปกรณ์ 5G ของ “หัวเว่ย” ก็ได้รับการปฏิเสธโดยรัฐมนตรีอุตสาหกรรมอิตาลีไปแล้วในขั้นต้น...ฯลฯ ฯลฯ... ส่วนประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลายนั้น...ต้องเรียกว่า “ใจถึง” มิใช่น้อย คือถือว่าเป็น “ชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่ได้เริ่มทำการทดสอบ (Testbed) ระบบ 5G ของ “หัวเว่ย” ไปแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อเตรียมเอาไว้รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ “EEC” ที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีบริษัทจีนนั่นแหละร่วมกับญี่ปุ่นคิดจะเข้ามาลงทุนในโครงการดังกล่าว แต่ถึงกระนั้น...ก็ยังอดมิได้ที่ต้อง “กั๊กไป-กั๊กมา” อยู่บ้างเล็กน้อย ดังที่รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์” ต้องรีบออกมาประกาศประมาณว่า นี่...เป็นเพียงแค่การ “ทดสอบ” ยังไม่ได้เป็นการ “ตัดสินใจ” ว่าจะเอาหรือไม่เอาเทคโนโลยีของ “หัวเว่ย” เพราะการเจอเข้ากับ “สงครามเย็นทางเทคโนโลยี” ในลักษณะเช่นนี้หนีไม่พ้นมีแต่ต้อง “อึกๆ-อักๆ” กันไปโดยตลอดนั่นแหละทั่นเอ๋ย... โดย: ทับทิม พญาไท
  1. Load more activity
×